: Home : Board : Articles : Expeditions : About us :

Articles -> ปลาและพืชสัตว์อื่นๆ

หัวกบ อ๊บๆ

ให้ดูตัวกันชัดๆ (เอาทรายคืนมานะ)

ดูด้านล่างบ้าง (ปล่อยผมลงนะ)

ชูคอหายใจ (ฮ๋า)

หน้าตาเอาเรื่องเหมือนกันนะเจ้านี่

 ตะพาบหัวกบ

วันที่/Date : 01 เม.ย. 2546
เรื่อง/Story by : ศรานนท์ เจริญสุข
ภาพ/Photo by : ศรานนท์ เจริญสุข
ที่มา/Referer : -
สถานที่/Locale : -
ภาค/Province : -

อ๊บๆ อ๊บๆ ตะพาบหัวกบ ทำไมต้องหัวกบ ผมก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกันครับ ว่าทำไมต้อง เป็นกบ ทั้งที่หน้าตามันละม้ายคล้ายอึ่งอ่าง ซะมากกว่า ก่อนที่จะเริ่มเรื่องไม่ค่อยจะมีสาระจาก ผมเกี่ยวกับเจ้าตะพาบตัวนี้ ก็ขอมีสาระซักนิดนึง มารู้จักกับเจ้าตะพาบหัวกบแบบวิชาการ กัน ก่อนดีกว่า

 

ตะพาบหัวกบ หรือ กราวเขียว ( Pelochelys cantorii ) Asian giant soft-shelled turtle

เป็นตะพาบขนาดใหญ่ เท่าที่เคยบันทึกไว้ มีขนาดของกระดอง ประมาณ 120 เซนติ เมตร พบกระจายพันธุ์ตามแม่น้ำขนาดใหญ่แทบทุกภาคของประเทศไทยโดยเฉพาะแม่น้ำโขง ปัจจุบันมีจำนวนน้อย จัดเป็นสัตว์คุ้มครองชนิดหนึ่งของไทย

สีของกระดอง เมื่อตอนมันเล็กๆ จะมีสีน้ำตาลปนเขียวนิดๆ มีจุดเล็กๆ สีเหลืองกระจาย ทั่วไป ค่อยๆจางเมื่อโตขึ้น และสีพื้นของกระดองก็จะเข้มขึ้นไปอีก

 

การละเลี้ยง

จะว่าง่าย ก็ง่าย…..มาก ไม่งั้นผมคงเลี้ยงไม่รอด แต่จะถามว่ายากมั้ย มันก็ยากพอดู ถ้ายังไม่รู้ความต้องการของมันดีพอ อันดับแรก ถ้าจะเลี้ยงเอาสวยงาม ก็คงยากหน่อยนะคัรบ เพราะผมว่ามันไม่ค่อยสวยเท่าไรนัก แต่ดูน่ารักดี  อีกอย่าง การเลี้ยงตะพาบหัวกบเล็กๆ ให้มี เปอร์เซนต์รอดสูง จำเป็นต้องมีพื้นของที่เลี้ยง เป็นทรายเหมือนกันที่มันอยู่ตามธรรมชาติ คนที่ เพาะเค้าบอกมาครับ เกือบลืมบอกไป ตะพาบหัวกบที่ผมได้มาเลี้ยงนั้น เป็นตะพาบที่เกิดจากการ เพาะเลี้ยงครับ แถวๆ อยุธยานี่ล่ะครับ คนเพาะเค้าให้มาลองเลี้ยง ผมกะว่า พอโตก็คงส่งคืนลงบ่อ ใหญ่ มันจะได้มีที่อยู่กว้างๆ และอาจได้ไปขยายพันธุ์ต่ออีกด้วย

มาพูดถึงวิธีเลี้ยงกันต่อดีกว่า ที่จำเป็นต้องให้พื้นเป็นทรายเพื่อให้ตะพาบได้มุดซ่อนตัว เพื่อรอเหยื่อ ทำให้รู้สึกปลอดภัยกินอาหารง่าย เคยลองเอาทรายออกหมด มันตะเกียกตะกายจะ ออกจากอ่างท่าเดียวเลยครับ คงรู้สึกว่ามันโล่งโจ้ง ไม่ปลอดภัยน่ะแหละ พอออกแรงมาก ท้องก็ถู อยู่กับพื้นอ่างตลอด ก็เกิดเป็นรอยแดงๆ เป็นจ้ำๆ ก็เลย เอาทรายใส่ให้เป็นที่หลบซ่อนอย่างเดิม  วัสดุที่ให้ตะพาบหลบซ่อนตัว ทีแรกผมใช้กรวดแม่น้ำขนาดเล็ก แต่รู้สึกว่า มันค่อนข้างใหญ่ พอตะ พาบฮุบเหยื่อ กลัวบางส่วนจะเข้าไปขัดขวางทางเดินอาหาร หลังๆ เลยเปลี่ยนมาใช้ทรายก่อสร้าง ธรรมดา ล้างก่อนซักหน่อยก็ใช้ได้ผลดี ถึงจะมีติดเข้าไปบ้างแต่ด้วยความที่มันเป็นเม็ดเล็ก ก็คงจะไม่ขวางระบบทางเดินอาหาร และระบายออกทางท่อไอเสียได้โดยง่าย(ทฤษฎี คิดเอง 555)

           ระดับน้ำที่ใช้เลี้ยงก็ไม่สูง มาก กะว่า ยืดคอขึ้นมาหายใจได้ ก็ประมาณ 1-2 นิ้ว (ระดับที่ ผมสังเกตว่า มันไม่ต้องดันตัวขึ้นจากทราย ) เพราะในธรรมชาติ มันก็ฝังตัวอยู่ตามพื้นทราย ในแม่ น้ำรอเหยื่อ  ที่ว่ายผ่านมา

            พฤติกรรมการกิน หัวกบ ก็จะฝังตัวอยู่ใต้พื้นทราย เมื่อเหยื่อเข้ามาใกล้ ก็จะพุ่งส่วนหัว อย่างรวดเร็วและงับเหยื่อเข้าปาก และค่อยๆ ขยอก กลืน หากเหยื่อมีขนาดใหญ่ ก็จะใช้ปากงับ และขาหน้าช่วยฉีกให้เป็นชิ้นเล็กลง เมื่อกินเสร็จแล้ว ก็จะหดหัวเข้าไปอยู่ใต้ทรายเพื่อรอเหยื่อตัว ต่อไป ในที่เลี้ยง สามารถให้เนื้อปลาหั่นพอดีคำ วิธีนี้ สะดวกในการให้วิตามินเสริมด้วยครับ ส่วน ตัวผมหั่นให้มีความยาวซักนิด ให้คล้ายๆ ลักษณะปลาในธรรมชาติ บางครั้งก็ให้ปลาตัวเล็กๆ (ตายแล้วยิ่งดีครับ จะได้กินง่าย) ช่วงแรกๆ คีบป้อนทีละชิ้น เทคนิคคือ คีบและแกว่งชิ้นปลาที่หน้า ของมัน หลังๆพอจุ่มลงไป มันก็จะพุ่งมางับเองเลยครับ ช่วงหลังผมใช้ปลาสอดแทน หลังจากที่ ลอง ปลาช่อน ซึ่งตายง่ายมาก ปลานิลที่ครีบแข็งตะพาบเมินเลยลองไปครั้งเดียว ไม่ยอมกินอีก จนมาจบที่ปลาสอด ตัวส้มๆ ดำๆ รู้สึกว่าน่าจะได้เนื้อเยอะดี นิ่ม ขยายพันธุ์ง่ายไม่เสี่ยงต่อการสูญ พันธุ์!!! แพงรึเปล่า ผมซื้อแบบที่เค้าขายเยอะๆถุงละ 50 บาท พิกลพิการบ้างไม่เป็นไร แล้วเอามา ปล่อยลงอ่างที่เลี้ยงเต่าฟรายริเวอร์ ซึ่งมันไล่กัดไม่ทันหรอครับนอกจากปลาสอดจะเผลอหลับ ที่ เอามาใส่ในอ่างเจ้าฟราย เพราะซื้อปลามาใช้ทุกครั้ง มักจะมีพวกที่บอบช้ำจากการขนส่ง ก็จะ อ่อนแอตายไป ก็ได้เจ้าฟรายมาช่วยเก็บกิน นอกนั้นก็คัดตัวสวยๆ ไว้เลี้ยงอีกอ่างนึง ส่วนที่เหลือ จึงแบ่งช้อนเอาไปให้เจ้าหัวกบ และเต่ากินเนื้อชนิดอื่นกิน พูดถึงอัตราการโตของเจ้านี่ ผมก็ไม่รู้ว่า แบบนี้สำหรับตะพาบ เรียกว่าโตเร็วรึเปล่า ตอนที่ได้มา มันอยู่ในแก้วโค้ก 5 บาท แบบพลาสติก กรอบๆ น่ะครับ อยู่พอดีก้นแก้วเลย หลังจากเลี้ยงไปปีกว่า ตอนนี้ขนาดของกระดองประมาณ อุ้งมือได้ จากที่ถาม พวกพี่น้องมัน ที่เลี้ยงรวม โตเร็วกว่านี้ครับ

           ขอจบแค่นี้แล้วกันครับ บรรยายไม่เก่ง หากข้อมูลส่วนไหนผิดพลาด ก็เสนอแนะเพิ่มเติมได้ นะครับ หรือจะมีข้อสงสัยเพิ่มเติม อยากจะถาม ก็ถามๆในเวปบอร์ดได้ ถ้าตอบได้ก็จะพยายาม ตอบนะครับ ถ้าตอบไม่ได้ก็จะพยายามหาคำตอบมาให้นะครับ

           ส่วนเรื่องวิธีเลี้ยงตะพาบหัวกบ นำไปใช้เลี้ยงตะพาบม่านลายได้เลย วิธีเลี้ยงเหมือนกัน ครับ

 

หมายเหตุ:

1. ตะพาบหัวกบที่พบในประเทศไทยจากข้อมูลเพิ่มเติมที่ค้นมาเป็นชนิด  Pelochelys cantorii ไม่ใช่ P. bibroni (เป็นชื่อชนิดที่กรมป่าไม้ใช้) ซึ่งเป็นชนิดที่พบในประเทศอินโดนีเซีย (อีเรียน จายา) และ ปาปัวนิวกินี

http://www.iucn.org/webfiles/doc/SSC/CoP12/Analyses/1232.pdf

2. Pelochelys cantorii ปัจจุบันถูกบรรจุอยู่ใน Appendix II ของ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Fauna and Flora) และเป็นสัตว์คุ้มครองของประเทศไทย จัดเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ 

http://www.forest.go.th/conserv/wildlife/protect/protect.htm

3. ตะพาบหัวกบที่คุณบีมเลี้ยงเกิดจากการเพาะในที่เลี้ยง โดยที่พ่อแม่พันธุ์มีใบอนุญาตอย่าง ถูกต้องตามกฎหมายครับ

4. เพิ่มเติมจากอาจารย์ชัยวุฒิ: ตะพาบหัวกบนี่ ภาคอิสาน (ริมโขง จากเลยถึงอุบล) เรียกว่า ปลาปู่หลู บางแห่งอาจออกเสียงคล้ายๆ ปูลู นอกจากจะเรียกรวมกับตะพาบทั่วไปว่า ปลาฝา แล้ว

(น่าสนใจว่าเต่าปูลู เป็นภาษาพื้นถิ่นที่ใด หรือเป็นการเข้าใจผิดกันระหว่างนักวิชาการกับ ชาวบ้าน)

ปลาฝา หมายความถึงตะพาบน้ำและกะเบนน้ำจืดทั้งสองชนิดในแม่น้ำโขง
ถ้าเรียกว่า ปลาฝาออง หมายถึงปลาฝาที่มี
กระดอง ก็จะเจาะจงยิ่งขึ้นว่าหมายถึงตะพาบ

ส่วนถ้าเรียกว่า ปลาฝาหาง ปลาฝาไล (ไล=เหล็กไนหรือเงี่ยงที่อยู่โคนหาง) หมายถึงปลาฝามีหางหรือปลาฝามีหนามแข็งก็จะจำเพาะว่าหมายถึงกะเบน ครับ

www.siamensis.org: - Thailand Fish & Nature Explorer
An independent non-profit group
Established 2001
 All Rights Reserved 2001-2008 ©.siamensis.org.