เรื่องเหี้ย เหี้ย
วันที่/Date : 05 ก.ค. 2550
เรื่อง/Story by : ibeem
ภาพ/Photo by : ibeem, ห.ม.รม, ลำพะเนียง, หลามหยก
ที่มา/Referer : -
สถานที่/Locale : -
ภาค/Province : -
วงศ์เหี้ย
Family Varanidae
อุ๊ย !!!....แรงไปรึเปล่าครับ ผมกำลังจะพูดถึง เหี้ยจริงๆ ....ใจเย็นๆครับ ผมหมายถึง.....อะ ตัวเงินตัวทอง หรือ Water Moniter (Varanus salvator) และผองเพื่อน น่ะครับ กลับมาถึง เหี้ย อีกที และก่อนที่จะเข้าใจผิดกันไปใหญ่ผมขออนุญาตใช้คำว่าเหี้ยแล้วกันนะครับ เพราะมันเป็นชื่อจริงๆ สัตว์ชนิดนี้ ส่วนชื่อ ตัวเงินตัวทอง เป็นชื่อที่ตั้งภายหลังเพื่อหลีกเลี่ยงชื่อจริงของมันที่กลายเป็นคำไม่สุภาพที่ใช้ด่า หรือเป็นคำนำหน้าชื่อของเพื่อนสนิท หรือคนที่คุณ......ไม่น่าจะต้องจะอธิบายเพิ่มถึงคำนี้มากนัก สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคือ เหี้ย กลายมาเป็นคำด่าได้อย่างไร คำด่าที่นำมาจากชื่อสัตว์นั้นก็มีที่มาจากลักษณะประจำตัวของสัตว์ชนิดนั้นๆ เช่นฝรั่งมักจะใช้ PIG เป็นคำด่า เนื่องจากด้วยนิสัยของหมูที่ชอบคลุกโคลนเพื่อใช้โคลนเคลือบผิวป้องกันแมลง และคลายร้อน จนดูสกปรก หรือ Chicken ซึ่งหมายถึงนิสัยของไก่ที่ขี้ตกใจจนนำไปใช้ว่าคนที่ขี้ขลาด ส่วนสัตว์ไทยที่โชคร้ายก็มีหลายชนิดทั้งหมา ทั้งควาย และหนึ่งในนั้นก็ ตัวเอกและผองเพื่อนของเราในวันนี้ครับ เหี้ย
เหี้ย กลายมาเป็นคำด่าได้อย่างไร ที่มาที่ไป และใครเป็นคนริเริ่มเอาชื่อสัตว์ชนิดนี้มาเป็นคำด่านั้นผมไม่อาจทราบ แต่แนวคิดที่ผมคิดว่าสมเหตุสมผลที่สุดผมได้ฟังจาก อ.วิโรจน์ นุตพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานของเมืองไทย จากรายการเกมโชว์เกี่ยวกับสัตว์ เมื่อนานมากๆ แล้ว ท่านได้ให้ความเห็นไว้ซึ่งมีใจความว่า ....คนไทยนั้นมักจะสร้างที่อยู่อาศัยริมน้ำ เพื่อความสะดวกในการคมนาคม การประกอบอาชีพเช่นการประมง การเกษตรกรรม และส่วนใหญ่หรือแทบจะเรียกได้ว่าทุกหลังคาเรือนจะเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ กันอยู่ในบริเวณบ้าน เผอิญว่า เหี้ย (Varanus salvator) ซึ่งด้วยที่อยู่อาศัยและพฤติกรรมของมันนั้น แทบจะซ้อนทับกับผู้คนที่อาศัยอยู่ริมน้ำเลยทีเดียว นั่นคือ เหี้ย ชอบอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำหรือบริเวณใกล้เคียง กินสัตว์ และซากสัตว์ ซึ่งในธรรมชาติคือหนู นก รวมถึงสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก เป็นอาหารโดยธรรมชาติอยู่แล้ว พอคนเข้ามาตั้งรกรากอยู่ ทับพื้นที่อาศัยดั้งเดิมของเหี้ย มันก็ไม่รู้จะไปไหน แถมคนก็เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ไว้ เหี้ยก็เลยจับกินเป็นอาหารซะ ....ซึ่งไม่ใช่การล้างแค้นที่คนมาแย่งที่อยู่ แต่เป็นสัญชาติญาณตามธรรมชาติของสัตว์ที่มีอะไรอยู่ตรงหน้าก็ต้องกิน มีไก่ กินไก่ มีเป็ดกินเป็ด ลูกหมาลูกแมว มีก็กิน แต่คนซึ่งเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น ก็ไม่พอใจ จึงโกรธ เกลียดสัตว์ชนิดนี้ที่มาขโมยสัตว์กินเป็นธรรมดา จึงถือว่าเป็นตัวซวย แถมได้ชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งว่า ตัวกินไก่ อีกทั้งยังมีความเชื่อว่า ถ้า เหี้ย เข้าบ้านจะนำพาความโชคร้ายมาให้ต้องทำบุญล้างซวยกันยกใหญ่ แต่ต่อมาก็คงเป็นการแก้เคล็ดโดยเปลี่ยนชื่อมันซะใหม่เป็น ตัวเงินตัวทอง นัยว่าถ้าพบเจอหรือเข้าบ้านจะนำพาโชคมาให้ (ง่ายๆ แบบนั้นเลย)แต่อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่ไม่ชอบ เหี้ย และใช้คำว่าเหี้ย เป็นคำด่าคนที่ไม่ชอบ หรืออีกนัยหนึ่งเป็นคำสร้อยนำหน้าชื่อคนสนิท.... แปลกดีนะครับ ใช้กับคนที่สนิท และคนที่เกลียด ดูขัดแย้งกันจริงๆ
ก่อนที่จะกลายเป็นบทความด้านภาษาไปซะก่อน ขอกลับมาถึง เหี้ยและผองเพื่อน ก่อนครับ เหี้ย หรือ Moniter Lizard อยู่ใน Family : Varanidae
ลักษณะโดยทั่วไป
Monitor Lizard เป็นกิ้งก่าขนาดเล็กถึงใหญ่มาก หัวเล็ก คอยาว ผิวหนังหยาบหนา เกล็ดเล็ก ทรงกลม ลำตัวเป็นทรงกระบอกยาว แขน-ขา แข็งแรง วิ่งได้รวดเร็ว หางยาวถึงยาวมากและแข็งแรงอาจใช้หางฟาดศัตรูที่จะทำร้าย สายตาดี ลิ้นมีปลาย 2 แฉกลึก แลบลิ้นได้ยาว โดยมันจะแลบลิ้นออกมาเป็นระยะเพื่อรับกลิ่นที่ลอยมาทางอากาศ สามารถว่ายน้ำได้ดี
Monitor Lizard ที่เล็กที่สุดคือ Pygmy Goanna (Varanus brevicauda) ซึ่งมีความยาวเมื่อโตเต็มที่แล้ว เพียง 12 เซนติเมตร ตั้งแต่หัวถึงช่องทวาร(SVL) ความยาวทั้งหมดหัวถึงปลายหาง(TL) 23 เซนติเมตร ส่วนชนิดที่ใหญ่ที่สุดนั้นก็คงพอจะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว นั่นคือมังกรโคโดโหมะ.....เอ๊ยไม่ใช่ครับ มังกรโคโมโด หรือ Komodo Dragon (Varanus komodoensis) ซึ่งมีความยาวทั้งหมดหัวถึงปลายหาง(TL) ถึง 310 เซนติเมตร น้ำหนักมากว่า 200 กิโลกรัม อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า Monitor Lizard เป็นสัตว์ที่ล่ากินสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร(Canivore) อีกทั้งยังกินซากสัตว์ (Scavenger) อีกด้วย แต่ก็มีบางชนิดที่กินผลไม้เป็นอาหารคือ Philippine Butaan (Varanus olivaceus) Monitor Lizard ส่วนใหญ่จะอาศัยบนพื้นดิน(Terrestrial)และอาจปีนป่ายหากินบนต้นไม้บ้าง แต่บางชนิดก็อาศัยบนต้นไม้เป็นหลัก(Arborial) เช่น Varanus doreanus อีกทั้งยังมีพวกที่หากินอยู่ใกล้แหล่งน้ำมากจนเรียกได้ว่าแทบจะไม่เคยห่างไกลจากแหล่งน้ำเกิน 1 เมตรเลย นั่นคือ Australian bulliwallah (VARANUS mertensi)
Monitor Lizard ทั้งหมดออกลูกเป็นไข่ (Oviparous) ตั้งแต่ 5 - 42 ฟอง ขึ้นอยู่กับชนิด ไข่ใช้เวลาในการฟักนาน ตั้งแต่ประมาณ 3 เดือน จนถึง 1 ปีซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดเช่นกัน
การแพร่กระจาย
Monitor Lizard มีการแพร่กระจาย อยู่ในเขตอบอุ่น และเขตร้อน ของทวีปเอเชีย แอฟริกา และออสเตรเลีย สำหรับในเมืองไทย มีสมาชิกอยู่ 5 ชนิด + 1 ที่ไม่พบแล้วคือ
1.เหี้ย,เหี้ยลายดอก Water Monitor (Varanus salvator)
เป็นชื่อที่แทบปฏิเสธไม่ได้ว่าคุ้นหู....แต่คงจะเป็นแง่ที่ไม่ดีนักใช่รึเปล่าครับ ก็ด้วยความที่มันกลายเป็นคำด่าไปแล้ว เจ้าตัวนี้มันเลยมีชื่อเล่นให้เรียกเพื่อลดความกระดากปาก ทั้ง ตัวเงินตัวทอง ซึ่งเราคุ้นเคยกันดี และยังมี ตัวกินไก่ จระเข้น้อย และอื่นๆ อีกมากมายแล้วแต่จะคิดได้แต่ เหี้ยยังเป็นตัวอย่างที่ใช้เป็นสุภาษิตที่ว่า เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง โดยคำว่า ตัว ในที่นี้หมายถึง เหี้ย ซึ่งมีแต่คนเกลียด แต่คนจะชอบเอาไข่ของเหี้ยมากิน ซึ่งหมายถึง เกลียดตัวเขา แต่อยากได้ประโยชน์จากเขา
ลักษณะโดยทั่วไป
สีพื้นลำตัวสีน้ำตาลเข้มหรือเทาเข้มเกือบดำ มีสายสีเหลือง เป็นวงๆ และจุดอยู่ตามลำตัว รูจมูกกลมค่อนไปทางปลายปาก ความยาวปลายปากถึงปลายหางเต็มที่ความยาวปลายปากถึงปลายหาง(TL) ประมาณ 302 เซนติเมตร โดยเฉลี่ย(TL)ประมาณ 260 เซนติเมตร ปลายปากถึงทวาร(SVL) ประมาณ 100 เซนติเมตร ลำตัวยาว ขาสั้นแต่แข็งแรง มีกรงเล็บแหลมและแข็งแรง หากินใกล้แหล่งน้ำ สามารถพบได้ตั้งแต่อินเดีย ศรีลังกา และทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในไทยพบทุกภาคตั้งแต่แถบชายฝั่งทะเล ป่าโกงกาง ป่าจาก ชายหาด ตามห้วยหนอง พื้นที่การเกษตร จนถึงในป่าเขาที่มีความสูง 1200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลเลยทีเดียวครับ ออกหากินเวลากลางวันโดยอาจรอนอนเหยื่ออยู่บริเวณริมน้ำ ในบริเวณน้ำตื้นหรือพุ่มไม้ อาจปีนขึ้นต้นไม้เพื่อหาหาร อาหารโดยทั่วไปมีทั้ง ปู กบ ไข่นก ไข่ไก่ ลูกนก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเล็กๆ สัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ รวมทั้งซากสัตว์ ส่วนพวกตัวเล็กๆ จะกินแมลงเป็นอาหารหลัก เหี้ยวางไข่คราวละประมาณ 15 - 30 ฟอง
เห็นมั้ยครับ ไม่ยักมี ยาคูลท์ อยู่ในเมนูของมันเลย ผมเคยได้ยินข่าวคนเอา เหี้ย มาเลี้ยงเพราะคิดว่าเป็นลูกกลับชาติมาเกิด ให้กินยาคูลท์ และอาบน้ำประแป้งให้ซะขาวจั๊วะ....จำได้ว่าในที่สุดก็ตาย.... ทำไมไม่ไปเชื่อว่าเกิดเป็นนกพิราบ นกปรอท กระรอก กระแต นะ เชื่อว่าเกิดใหม่เป็นเหี้ยเนี่ยนะ....
2. ตะกวด , แลน Clouded Monitor (Varanus begalensis)
บ่อยครั้งที่คนทั่วไปเข้าใจผิด ก็เพราะด้วยความที่ไม่อยากให้คำว่าเหี้ยหลุดออกจากปาก เลยเรียกแทนเหี้ยว่าตะกวด ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เหี้ยกับตะกวดคนละตัวกัน ตะกวดพื้นที่อาศัยค่อนข้างแตกต่างจากเหี้ย แม้ว่าหน้าตาอาจจะดูคล้ายกันบ้างก็ตามครับ แต่สิ่งที่ต่างคือ
ลักษณะโดยทั่วไป
สีพื้นลำตัวเป็นสีน้ำตาล มีจุดประสีเหลืองเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วตัว รูจมูกทรงรีอยู่ค่อนมาทางตา อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่แห้งกว่า ออกหากินเวลากลางวัน ปีนต้นไม้ได้ดี ขนาดความยาวปลายปากถึงทวาร (SVL) 75 เซนติเมตร ความยาวรวม(TL) 175 เซนติเมตร ในเวลากลางคืนตะกวดมักหลบอยู่ตามโพรงไม้หรือโพรงดิน หาอาหารโดยขุดคุ้ยตามกองใบไม้แห้ง ขอนไม้ผุ หรือตามกองมูลวัวเพื่อหาแมลง รวมถึงสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร พบตั้งแต่ปากีสถาน ชวา และทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมผสมพันธุ์เมื่ออายุ 3 ปีขึ้นไป โดยจะวางไข่คราวละประมาณ 20 ฟอง
3. เห่าช้าง Rough-Necked Monitor (Varanus rudicollis)
ชื่อนี้เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่ามันมีพิษเหมือนงูเห่าสามารถกัดช้างตายได้ แต่อย่างไรก็ตาม มันยังคงเป็นความเชื่อครับ เพราะกิ้งก่าที่มีพิษปัจจุบันมีอยู่ 2 ชนิดคือ Gila Monster กับ Beaded Lizard ซึ่งผมหมายถึงกิ้งก่าซึ่งสามารถผลิตน้ำพิษได้ด้วยตัวเอง ส่วนพิษที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในปากอย่างอุดมสมบูรณ์ แบบพี่โคโมโด นั้นไม่นับเพราะในปากคนก็มีแบคทีเรีย...(แต่อาจไม่มากและไม่รุนแรงเท่า) แต่ชื่อเห่าช้างนั้นคาดกันว่าได้มาจากเสียงขู่เวลาตกใจกลัว ซึ่งฟังดูคล้ายเสียงขู่ของงูเห่า เลยได้ชื่อนี้มา
ลักษณะโดยทั่วไป
สีพื้นลำตัวเป็นสีดำ มีแถบใหญ่สีครีมเหลืองพาดขวางลำตัว และมีจุดสีเดียวกันกระจายทั่วตัว หัวรูปทรงยาว เกล็ดคอ (nuchal scale) มีลักษณะเป็นหนามสั้นๆ 10 - 12 แถว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของชนิดนี้ รูจมูกรูปทรงรี อยู่ค่อนมาทางตา ปีนต้นไม้ได้ดี ขนาดความยาวจากปลายปากถึงทวาร (SVL) ประมาณ 50 เซนติเมตร ความยาวรวม(TL)ประมาณ 150 เซนติเมตร พบอาศัยอยู่บนต้นไม้เป็นหลัก (arborial) อาศัยอยู่ตามป่าดิบชื้นและป่าโกงกาง แถบประเทศพม่า ภาคตะวันตก และภาคใต้ของไทยและตามหมู่เกาะต่างๆของไทย ประเทศมาเลเซีย หมู่เกาสุมาตรา บอเนียว ของอินโดนิเซีย และประเทศฟิลิปปินส์ อาหารการกิน ก็คล้ายกับเพื่อนพ้องคือ กินแมลง กบ ปู โดยหากินตามพื้นดิน และบนต้นไม้ วางไข่คราวละ 2 - 13 ฟอง ใช้เวลาในการฟักประมาณ 180 วัน
4. ตุ๊ดตู่ Harlequin Monitor , Dumeril's Monitor (Varanus dumerilii)
ตุ๊ด ตะละลุ๊ด ตุ๊ดตู่ ...... ตุ๊ดตู่เป็นชื่อสัตว์ชนิดนี้จริงๆ ครับอยู่ในเอกสารทางราชการเลยทีเดียว ลักษณะโดยทั่วไปของตุ๊ดตู่ จะคล้ายกับเห่าช้าง รูจมูกเป็นรูปทรงรีอยู่ค่อนมาทางลูกตาเช่นกัน จุดเด่นมากๆ ของตุ๊ดตู่คือ ตอนเด็กจะมีสีส้มแป๊ด ที่บริเวณหัว และคอ มีลายพาดขวางเป็นแถบสีส้มบนพื้นสีดำ ส่วนบริเวณหัวจะมีแถบสีดำลากตัดบริเวณหางตา เรียกได้ว่าสวยมากๆ แต่ทว่าเมื่อโตขึ้นสีส้มดังกล่าวจะค่อยๆจางหายไปกลายเป็นสีครีมธรรมดาๆ ขนาดความยาวทั่วไปจากปลายปากถึงทวาร(SVL) ประมาณ50 เซนติเมตร ความยาวรวมหาง(TL) ประมาณ 125 เซนติเมตร และอาจยาวรวมได้ถึง 150 เซนติเมตร (Sprackland 1976) พบอาศัยอยู่ในป่าดิบชื้น ป่าโกงกาง และตามเกาะแก่ง อาศัยอยู่ทั้งบนพื้นดินและบนต้นไม้ พบทางภาคใต้ของประเทศไทย พม่า มาเลเซีย เกาะสุมาตราและ บอร์เนียวของอินโดนิเซีย
5. เหี้ยดำ (Varanus salvator komaini)
เป็นชนิดย่อยของเหี้ยอีกทีครับ รูปร่างลักษณะโดยทั่วไป จึงคล้ายกับเหี้ย เพียงแต่เมื่อโตเต็มวัย ตัวจะเล็กกว่าเหี้ยธรรมดา ความยาวปลายปากถึงทวาร (SVL) ประมาณ 50 เซนติเมตร ยาวรวม (TL) ประมาณ 110 เซนติเมตร และมีสีดำทั้งตัวไม่มีลาย....เลยได้ชื่อว่า เหี้ยดำ ซะเลย ซึ่งนิสัยทั่วไปรวมทั้งอาหารการกินก็จะคล้ายกับเหี้ย พบแถบชายฝั่งทะเลทางภาคใต้ฝั่งตะวันตกของไทย รวมทั้งเกาะแก่งต่างๆ ....เป็นเหี้ยที่สวยจริงๆ ว่ามั้ยครับ
+1 . แลนดอน Yellow Monitor (Varanus flavescens)
เป็นที่บอกกล่าวต่อๆ กันมาว่า เคยพบในประเทศไทยแถวๆ ชายแดนซึ่งติดกับประเทศมาเลเซีย แต่ก็ไม่มีข้อมูลที่สามารถอ้างอิงและยืนยันได้ แหล่งแพร่กระจายของแลนดอนปัจจุบัน อยู่แถบประเทศบังคลาเทศ เนปาล ทางตอนเหนือของอินเดีย และปากีสถาน (SMITH 1932, MINTON 1966, AUFFENBERG et al. 1989) อีกทั้งยังมีการสำรวจเพิ่มเติมในพม่า ก็ยังไม่พบว่ามีตัวอย่างสัตว์ หรือแม้กระทั่งเอกสารที่รายงานการพบแลนดอนในพม่า (Bennett 1997) แลนดอนมีขนาดความยาวจากปลายปากถึงทวาร(SVL) ประมาณ 41เซนติเมตร ความยาวรวม(TL) ประมาณ 100 เซนติเมตร หัวแบนป้อมสั้น ลำตัวสีน้ำตาล มีลายคาดขวางที่หลังเป็นจุดหรือแถบ สีเหลือง และมีจุดสีเหลืองกระจายอยู่ทั่วตัว
สัตว์วงศ์เหี้ยในไทย ทั้ง 5 ชนิด(ไม่รวมแลนดอน)ที่ได้กล่าวถึงรายละเอียดข้างต้น เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองทุกชนิด ถึงแม้ว่าในบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าคุ้มครอง จะไม่มีเหี้ยดำ (Varanus salvator komaini) แต่มันก็ได้รับความคุ้มครองด้วยเนื่องจาก เหี้ย (Varanus salvator) ได้รับความคุ้มครองอยู่แล้ว เหี้ยดำเป็นชนิดย่อย(subspecies)จึงได้รับความคุ้มครองไปด้วยโดยปริยายครับ
ขอย้อนกลับไปถึง คำด่าที่ยืมชื่อสัตว์มาใช้อย่างเสียๆ หายๆ อีกที ไม่ว่าจะยืม เหี้ย หรือควาย มาใช้ ครูสอนวิชาภาษาไทย ของผมตอน ม.ต้น(ถ้าจำไม่ผิด) เคยสอนโคลงโลกนิติบทนี้กับผม
โคควายวายชีพได้ เขาหนัง
เป็นสิ่งเป็นอันยัง อยู่ไซร้
คนเด็ดดับสูญสัง ขารร่าง
เป็นชื่อเป็นเสียงได้ แต่ร้ายกับดี
รวมถึงครูสอนวิชาพุทธศาสนาที่หยิบยกโคลงบทนี้ขึ้นมาสอนอีกที ว่า วัว ควาย ถึงแม้มันตาย มันก็ยังทิ้ง เขา ทิ้งหนังไว้ให้ได้ใช้ ทิ้งเนื้อไว้ให้กินและแม้แต่จะเอาไปทำปุ๋ยพืชก็งอกงามดี แต่คนพอตายก็นำไปเผาไปฝังตามพิธีกรรมทางศาสนา จนไม่เหลือซาก พวกที่ใช้การฝังก็ฉีดยา ใส่โลงเทปูน สร้างกันอย่างแข็งแรง มด แมลง รากต้นไม้ก็มาเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ ดังนั้นเมื่อคนเราไม่สามารถใช้ร่างกายให้เกิดประโยชน์แก่โลกนี้ได้ ก็ควรสร้างประโยชน์สร้างความดีไว้ให้ แก่โลกและคนข้างหลังได้ใช้ ได้กล่าวถึงบ้าง.....เฮ้อออ สงสัยผมจะกินยาผิด สวัสดีครับ : )
ปล. ในบทความนี้ผมขออนุญาตใช้คำว่าเหี้ย ซึ่งหมายความถึงสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นชื่อจริงๆ และดั้งเดิมของสัตว์ชนิดนี้ อีกทั้งยังใช้ในเอกสารทางราชการ เช่นบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าคุ้มครอง ไม่มีความหมายแฝง และไม่มีเจตนาใดๆ ที่จะใช้คำไม่สุภาพในนิตยสารเล่มนี้
ขอขอบคุณ
สวนสัตว์นครราชสีมา (สวนสัตว์โคราช) เอื้อเฟื้อภาพถ่ายประกอบบทความ
- Zug, George R., Laurie J. Vitt, and Janalee P. Caldwell . 2001 . HERPETOLOGY. An Introductory Biology of Amphibians and Reptiles.2nd edition. Academic Press, San Diego. 630 pp.
- Cox, M. J., van Dijk, P. P., Nabhitabhata, J. and Thirakhupt, K. 1998. A photographic guide to snakes and other reptiles of Thailand and southeast Asia. Bangkok : Asia Books.