Precautionary approach แนวทางหนึ่งในการบริหารจัดการเชิงนิเวศ

Precuationary Approach
"...where there are threats of serious or irreversible damage, lack of full scientific certainly shall not be used as a reason for postponing cost-effective measures to prevent environmental degradation" (UNCED, 1992)
The two ramifications of the precautionary approach, there for, are:
1. Lack of data and information should not be used as and excuse for not taking action. A claim of insufficient information is often used as a delaying tactic. Instead of dealing with an obvious environmental problem, the catch cry of "need more research" is used to focus the issue back on the scientific community, rather than starting to deal with it using an adaptive management approach.
2.Where there is uncertainly, management actions should be less ricky.             The greater the information gap and the amount of uncertainly, the more risk averse management should be, If, through adaptive management, the learning is that the situation is much worse than originally described, risk-averse management allows room for later correction.
 
แนวทางการป้องกันไว้ก่อน
"...ในกรณีที่มีภัยคุกคามที่ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงหรือเมื่อเกิดแล้วไม่สามารถกลับคืนมาได้เหมือนเดิม การขาดแคลนข้อมูล/ความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างสมบูรณ์ ไม่ควรนำมาใช้เป็นเหตุผลในการชะลอ/ไม่ดำเนินการป้องกันการเสื่อมสภาพของสิ่งแวดล้อม" (UNCED, 1992)
ไม่มีใครในโลกหรือที่ไหนก็ตามที่จะรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับระบบนิเวศ แน่นอน...ในเชิงอุดมคติ การที่จะทำอะไรก็ตามก็ต้องมีข้อมูล องค์ความรู้เพียงพอในการบริหารจัดการเกี่ยวกับระบบนิเวศ

เมื่อวันใดเกิดมีอะไรมากระทบต่อระบบนิเวศเราก็ควรศึกษาวิจัยเสียแต่เนิ่นๆ หรือถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะมีการศึกษาให้ครอบคลุมก่อนเกิดปัญหาด้วยซ้ำ   แล้วในโลกความเป็นจริงล่ะ..องค์ความรู้ที่เรามีเกี่ยวกับระบบนิเวศมีแค่ไหนกัน แล้วยิ่งเอาที่มีการรายงานตีพิมพ์อย่างเป็นทางการก็ยิ่งน้อยลงไปอีกนับเท่าทวีคูณค่าทศนิยมที่ต่ำว่าศูนย์ (0)

เมื่อใดที่เกิดปัญหาที่กระทบต่อระบบนิเวศ หลายๆคนต่างเรียกร้องข้อมูลทางวิชาการมารองรับก่อนการจัดการ ส่วนใหญ่ก็หาข้อมูลเท่าที่มี แต่ใช่ว่าจะพอ หากปัญหานั้นมีการประเมินแล้วว่าไม่รุนแรงก็อาจยังพอชะลอการดำเนินการได้ แล้วถ้ามันเป็นปัญหาที่พิจารณาจากภูมิปัญญา หรือภูมิปัญหา หรือข้อมูลหลักฐานบ่งชี้ว่ามันทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงมาแล้วล่ะ เราจะมีเวลารอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดในการจัดการหรือ ในเมื่อวิทยาศาสตร์มีการอนุมานปัญหาเทียบเคียงกันได้แล้วยอมรับกันด้วยอย่างที่เรายอมรับการทดสอบทางสถิตินั่นแหละ

ในเมื่อพิจารณาแล้วว่าหากปล่อยไว้ "มีโอกาส"เกิดความเสียหายรุนแรงต่อระบบนิเวศจนอาจไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้หากปล่อยเอาไว้ก่อน ในการจัดการทางนิเวศวิทยาก็ยังยอมรับ "การป้องกันไว้ก่อน"เพื่อไม่ให้สุขภาพของระบบนิเวศพังจนเกินเยียวยา แต่ข้อมูลอาจยังประเมินไม่ได้ ข้อมูลทางวิชาการไม่มีหรือไม่เพียงพอในการดำเนินการที่สามารถแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพสูงและเกิดผลกระทบทางลบต่อระบบนิเวศเดิมน้อยที่สุด โดยมุ่งไปที่ปัจจัยหลักที่จะมากระทบต่อระบบนิเวศนั้น เท่าที่จะทำได้ ไม่มีสูตรสำเร็จในการจัดการเพราะมีบริบทอื่นๆที่ต่างกันในแต่ละพื้นที่ แต่ในระหว่างการดำเนินการเบื้องต้นก็ทำการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์ขึ้น  แม้ว่าการแก้ปัญหาเบื้องนั้นอาจเกิดข้อผิดพลาดหรือผลกระทบทางลบเกิดขึ้นบ้างก็ยังสามารถปรับปรุงแก้ไขไประหว่างดำเนินการได้แต่ก็ยังยืนยันว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็ยังจำเป็นในการนำมาใช้แก้ปัญหาเมื่อมีเพิ่มเติม

หากเราคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างชัดเจนว่ามีสิ่งหนึ่งทำให้เกิดปัญหาที่รุนแรงต่อระบบนิเวศได้ แล้วเราอ้างว่าข้อมูลสำหรับที่นี่ไม่เพียงพอ ให้รอจนกว่าการวิจัยสมบูรณ์ เมื่อถึงวันนั้นปัญหาบานปลายจนไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกเลย ที่แย่กว่านั้น..วันที่งานวิจัยครบถ้วนสมบูรณ์จะมาถึงจริงหรือ งั้นคงต้องปล่อยให้ระบบมันพังจนกลายเป็นระบบใหม่ ที่อาจไม่มีเจ้าถิ่นบางกลุ่มเหลืออยู่เลยใช่หรือเปล่า

"ถ้าเปรียบระบบนิเวศเป็นหญิงสาว เมื่อต้องเสียสาวในคืนเดือนเพ็ญโดยยังไม่มีความพร้อม หากหนุ่มเจ้าป้องกันโดยการสวมถุงยางอนามัยไว้ก่อนระบบนิเวศนั้นก็คงยังไม่ปนเปื้อน แต่..เกิดไม่ได้ป้องกันไว้ล่ะ  เราจะรอให้แน่ใจว่านางท้องก่อนแล้วค่อยแก้ปัญหา หรือให้นางกินยาคุมฉุกเฉิน" (Adap from Siriwat Dangsri, 2017)