ข่าวใหญ่เมื่อวันเสาร์ เตือนสึนามิ อันดามันไหว 33 หน 6 จว.ระทึก ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามันของไทย เตรียมพร้อมรับมือจากคลื่นยักษ์สึนามิที่อาจจะเกิดขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหวใต้ท้องทะเลครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 มี.ค. นายปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้ช่วย รมต.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) ได้ออกประกาศด่วนฉบับที่ ศภช 01/0333 ลงวันที่ 11 มี.ค. แจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผวจ.ชายฝั่งทะเลอันดามันทั้ง 6 จังหวัด สื่อมวลชนทั้งวิทยุโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ แจ้งเตือนถึงสถานการณ์ผิดปกติและให้เตรียมความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. จนถึงวันที่ 11 มี.ค. ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในทะเล อันดามัน บริเวณหมู่เกาะอันดามันของประเทศอินเดีย ระหว่าง 10.21-11.93 องศาเหนือ และ 93.69-95.10 องศาตะวันออก มีระยะห่างจากชายฝั่ง จ.ระนอง ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 400-600 กม. มีขนาดความรุนแรงตั้งแต่ 4-5.3 ริกเตอร์ นับได้ถึง 31 ครั้ง จากการวิเคราะห์ของนักธรณีวิทยาทั่วโลกระบุว่าเป็นสิ่งผิดปกติที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ สำหรับจุดศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลอันดามันครั้งนี้อยู่ใต้ทะเลลึก บริเวณรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกที่มีลักษณะเป็นเทือกเขาก้นสมุทร มีการแยกตัวออกจากกันของแผ่นเปลือกโลกและอาจจะมีหินหลอมเหลว หรือแม็กม่าแทรกตัวขึ้นมาตามแนวรอยต่อดังกล่าว ทั้งนี้ จากลักษณะของการเกิดแผ่นดินไหวดังกล่าว ได้มีการคาดการณ์ถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาเป็นหลายแนวทาง เช่น อาจจะเกิดภูเขาไฟใต้น้ำแห่งใหม่ ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย แต่หากเป็นการระเบิดของภูเขาไฟใต้น้ำที่มีอยู่เดิม อาจจะทำให้เกิดคลื่นสึนามิพัดถล่มพื้นที่ จ.ระนอง และ 5 จังหวัดชายฝั่งอันดามันได้ ซึ่งจะมีความรุนแรงมากกว่าเมื่อปี 2547 อย่างไรก็ตาม จากลักษณะของแผ่นดินไหวดังกล่าว มีแนวโน้มว่าภูเขาไฟบาร์เรน ซึ่งอยู่ห่างจากแนวรอยเลื่อนที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้เพียง 110 กม. และอยู่ห่างประเทศไทยเพียง 670 กม. อาจจะเกิดระเบิดขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยค่อนข้างรุนแรง ดังนั้น ทางศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจึงขอแจ้งเตือนไปยังประชาชนในพื้นที่ 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามันให้คอยรับฟังการแจ้งเตือนอย่างระมัดระวัง และขอความร่วมมือจากชาวเรือและผู้ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งคอยจับสังเกต หากพบความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล มีฟองน้ำผุดจากก้นทะเล มีกลิ่นของฟอสฟอรัสโชยขึ้นมา และปรากฏการณ์ของสัตว์ในทะเลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ให้รีบแจ้งให้ทาง ศภช.ทราบที่หมายเลขโทรศัพท์ 1860 โดยทันที เพื่อออกประกาศเตือนภัยให้อพยพประชาชนออกนอกพื้นที่เสี่ยงภัยต่อไป ทางด้านกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ออกประกาศเตือนเรื่อง แผ่นดินไหวบริเวณตอนใต้ของหมู่เกาะฟิจิ ในมหาสมุทร แปซิฟิกว่า เมื่อเวลา 10.04 น. ของวันที่ 11 มี.ค. (ตามเวลาในประเทศไทย) ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.8 ริกเตอร์ มีศูนย์กลางอยู่บริเวณตอนใต้ของเกาะฟิจิ หรือที่ละติจูด 2.41 องศาเหนือ ลองจิจูด 178.43 องศาตะวันออก เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย ขณะที่นายสมิทธ ธรรมสโรช ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานอำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้เราได้ออกประกาศคำเตือนแล้วว่ามีปรากฏการณ์ผิดปกติ 2 อย่างด้วยกัน คือมีการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกและเกิดการเคลื่อนที่ของรอยแยกของเปลือกโลก ตั้งแต่ หมู่เกาะอันดามันและหมู่เกาะสุมาตราอย่างต่อเนื่อง มีทั้งขนาดเล็กจนถึงปานกลาง ล่าสุดเกิดแผ่นดินไหวขนาดค่อนข้างใหญ่ประมาณ 5.8 ริกเตอร์ ในบริเวณหมู่เกาะฟิจิ อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ที่ผิดปกตินี้เกิดขึ้นมา 2 วันแล้ว จึงขอเตือนให้ประชาชนทราบล่วงหน้าก่อนเพื่อเตรียมความพร้อม เป็นการป้องกันไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างที่ผ่านมา สำหรับบรรยากาศการเตรียมความพร้อมของชาวบ้านในพื้นที่ ผู้สื่อข่าว จ.ภูเก็ต ได้ออกไปสำรวจบริเวณหาดกมลา และหาดป่าตอง ซึ่งเคยเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2547 อย่างรุนแรง พบว่าบรรดาร้านค้าริมหาดป่าตอง ได้เตรียมเก็บข้าวของและทรัพย์สินมีค่าไปไว้ในที่สูง หรือไปฝากไว้ตามบ้านญาติ ขณะที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงสนุกสนาน กับการเล่นน้ำทะเลและนอนอาบแดดตามชายหาตามปกติ จากการสอบถามนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ระบุว่า ได้รับทราบข่าวการแจ้งเตือนถึงแผ่นดินไหวใต้ทะเลอันดามันแล้ว แต่ไม่รู้สึกตกใจกลัวอะไร เพราะยังไม่มีสัญญาณเตือนภัยอย่างเป็นทางการ และมั่นใจในระบบการเตือนภัยของประเทศไทยว่าน่าเชื่อถือได้ และคิดว่าสามารถแจ้งเตือนได้ทันเวลา วันเดียวกันเมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.ท.พิศิษฐ์ ชื่นเพ็ชร สารวัตรเวร สภ.อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต รับแจ้งพบโครงกระดูกมนุษย์จมอยู่ในทรายใต้ต้นสนใหญ่ริมชายหาดกมลา ต.กมลา อ.กะทู้ จึงรุดไปตรวจสอบพบเศษชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ที่คาดว่า น่าจะเป็นเด็กจมอยู่ในทรายเป็นจำนวนมาก แต่ไม่พบส่วนกะโหลก ระหว่างนั้นเองได้มีนางขวัญตา ภู่พึ่ง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 121/6 หมู่ 3 ต.กมลา อ.กะทู้ เข้ามาขอดูชิ้นส่วนกระดูกพร้อมทั้งระบุว่าสงสัยจะเป็นกระดูกของ ด.ญ.ปาริชาติ หรือน้องแซน ดินุวัฒน์ อายุ 6 ขวบ หลานสาวที่สูญหายไปจากเหตุการณ์สึนามิ พัดถล่มที่หน้าโรงเรียนบ้านกมลาเมื่อปลายปี 47 และยังค้นหาศพไม่พบ ทั้งนี้ นางขวัญตาระบุว่าเมื่อคืนวันที่ 9 มี.ค. ได้ฝันเห็นน้องแซนร้องไห้มาบอกว่าถูกทรายกลบหน้าใต้ต้นไม้ใหญ่ริมชายหาด หนาวมากๆ จึงชวนญาติออกมาค้นหาอยู่ 2 วัน จนกระทั่งได้ข่าวว่าพบกระดูก มนุษย์จึงรีบมาดู ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมชิ้นส่วนกระดูก ที่พบส่งให้ศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและส่งกลับผู้เสียชีวิต หรือทีทีวีไอนานาชาติ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบดีเอ็นเอว่าใช่โครงกระดูกของ ด.ญ. ปาริชาติหรือไม่ต่อไป ส่วนที่ จ.พังงา บริเวณบ้านน้ำเค็ม บ้านบางเนียง บ้านเขาหลักและบ้านทับละมุ ซึ่งเคยเผชิญกับความหายนะจากคลื่นยักษ์สึนามิ บรรดาชาวบ้านต่างตื่นตระหนกกับประกาศเตือนของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โดยจัดแจงให้เด็กและคนชราอพยพไปอยู่ในที่สูง หรือตามบ้านญาติที่อยู่ลึกเข้าไปในตัวเมืองเป็นการชั่วคราว ขณะที่ผู้ใหญ่ทั้งชายและหญิงยังคงปักหลักอยู่ในหมู่บ้านพร้อมทั้งจัดเวรยามคอยเฝ้าระวัง การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. โดยทางจังหวัดได้จัดส่งรถพร้อมอุปกรณ์ส่องสว่าง มาเตรียมพร้อมที่จะอพยพชาวบ้านในพื้นที่เช่นกัน ส่วนที่บ้านเขาหลักซึ่งอยู่ในระหว่างการเร่งก่อสร้างรีสอร์ต และโรงแรมที่พังเสียหาย บรรดาผู้รับเหมาต่างพากันหยุดงาน และอพยพคนงานไปไว้ในที่ที่ปลอดภัยโดยไม่มีกำหนด จนกว่าจะมีประกาศว่าสถานการณ์ปลอดภัยแล้ว จึงจะกลับเข้ามาก่อสร้างกันต่อไป เช่นเดียวกันประชาชนใน จ.กระบี่ สตูล และระนอง ทางจังหวัดได้เร่งประชาสัมพันธ์ประกาศเตือนภัยดังกล่าว โดยเน้นย้ำให้คอยเฝ้าติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ได้อพยพเด็กและคนชราไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัยเป็นการชั่วคราว และจัดเวรยามคอยเฝ้าระวังตามพื้นที่ต่างๆอย่างใกล้ชิดเช่นกัน ส่วนที่เกาะพีพี ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติให้ระมัดระวังการลงเล่นน้ำหรือการล่องเรือ ให้คอยฟังประกาศอย่างใกล้ชิด ขณะที่บรรดาร้านค้าร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมหาดบางส่วน ได้หยุดกิจการเพื่อรอให้แน่ชัดว่าเหตุการณ์เป็นปกติ จึงจะเปิดขายอาหารตามเดิม เนื่องจากส่วนใหญ่ยังหวาดผวากับ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 47 ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. วันเดียวกัน ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้ออกประกาศที่ ศภช 01/0334 แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 11.47 น. ของวันที่ 11 มี.ค. ได้ เกิดแผ่นดินไหวในทะเลอันดามัน ความแรง 4.9 ริกเตอร์ และเมื่อเวลา 17.39 น. ขนาดความแรง 4.6 ริกเตอร์ รวมเป็นแผ่นดินไหวแล้วทั้งสิ้น 33 ครั้งในช่วงเวลา 3 วัน (9-11 มี.ค.) เบื้องต้นคาดว่ายังไม่เกิดคลื่นสึนามิ แต่ให้ ประชาชนคอยฟังประกาศหรือสัญญาณเตือนภัยอย่างใกล้ชิดด้วย ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์กับเอเอฟพีต่างพากันรายงาน การเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลนอกชายฝั่งภาคใต้ ของไทย โดยระบุว่า เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลลึก บริเวณหมู่เกาะอันดามันประเทศอินเดีย ห่างจากชายฝั่ง จ.ระนองไปทางตะวันตกประมาณ 400-600 กม. วัดแรงสั่นสะเทือน ขนาดปานกลางได้ราว 4.0- 5.3 มาตราวัดริกเตอร์ ระลอกแผ่นดินไหวเกิดขึ้น 31 ครั้ง พื้นที่ที่ต้องถูกเฝ้าติดตามสถานการณ์ความเสี่ยงได้รับผลกระทบสูงในช่วงวันที่ 11-12 มี.ค. ได้แก่ จังหวัดระนอง ภูเก็ต กระบี่ สตูล พังงา และตรัง อย่างไรก็ตาม ศูนย์แจ้งเตือนพิบัติภัยแห่งชาติของไทยระบุไม่มีความเสี่ยงเกิดคลื่นสึนามิ เพราะตามปกติแล้ว ทะเลจะเกิดคลื่นสึนามิได้ต้องเผชิญแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือนอย่างน้อย 7.0 ริกเตอร์ขึ้นไป ไทยรัฐ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม 2549 นกกินเปี้ยว [ 13/3/2549 12:41:11 ]
ความคิดเห็นที่: 1 เตือนไว้ก่อนน่ะดีแล้วแต่ที่สำคัญคือต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้านในเขตที่จะรับผลกระทบให้เข้าใจมากกว่านี้อาจเตือนเป็นเสียงแบบต่างๆ โดยแบ่งเป็นชั้นของความเสี่ยงในแต่ละจุด หรือใช้สัญญานที่ไม่เหมือนกันก็ได้ จะเข้าใจง่ายกว่าบอกเป็น ริกเตอร์ข้อสำคัญเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องเข้าใจในเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งและห้ามประมาท สามารถเป็นผู้แปลความหมายของการเตือนได้ถูกต้อง ช้าง [13/3/2549 13:23:36] [203.113.57.70]