กระทู้เก่า - 05686 : มันน่าไหมเนี่ย เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี

 มันน่าไหมเนี่ย เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี

อ่านแล้วเซ็งคำตอบกันวคิดของ มาน จริงๆ

http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03p0110130349&day=2006/03/13

อนาถ"ไนท์ซาฟารี"สัตว์ตาย104ชีวิต

"นิคม พุทธา" แฉไนท์ซาฟารีทำสัตว์ตายเป็นเบือ มีทั้งนก กวาง ไฮยีน่า วัลลาบี้ นกกระจอกเทศ ฯลฯ รวม 21 ชนิด กว่า 100 ตัว และแม้แต่ยีราฟที่เพิ่งออกลูกเมื่อตรุษจีนที่ผ่านมา ก็ตายแล้วทั้งแม่-ลูก ระบุมีเหตุทุกรูปแบบตั้งแต่การขนส่ง ตายเพราะวางยาสลบเกินขนาด การจัดสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม สัตว์เครียดเพราะเสียงรถจนวิ่งชนกรง กัดกันตาย ล้มป่วยแล้วรักษาไม่ถูกต้อง ฯลฯ ด้านผอ.ส่วนบริหารสัตว์โครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีแจง สัตว์ตายจำนวนมากเพราะการขนส่ง ไม่ใช่ความผิดของไนท์ซาฟารี เพราะยังไม่ได้จ่ายเงิน ส่วนยีราฟที่ตายทั้งแม่-ลูกซื้อมาจากสวนสัตว์เชียงใหม่ ซึ่งมีประวัติป่วยเป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. นายนิคม พุทธา ผู้ประสานงานมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยฯ ภาคเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนได้รับข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับสัตว์ในสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จ.เชียงใหม่ จากเจ้าหน้าที่ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่ทนเห็นพฤติการณ์ไม่ชอบมาพากลไม่ไหว และพบเห็นสิ่งสลดใจของสัตว์ในโครงการที่บาดเจ็บและล้มตายลงอย่างน่าสลดจำนวนมาก จนต้องออกมาเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดเพื่อให้ประชาชนคนทั่วไปได้รับรู้ถึงสถานการณ์สัตว์ป่าในสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีขณะนี้

นายนิคมเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวให้ข้อมูลกับตนว่า นับตั้งแต่สวนสัตว์ไนท์ซาฟารีนำสัตว์ป่าหลายชนิดเข้ามาจากต่างประเทศจำนวนมาก แต่เนื่องจากปัญหาต่างๆ นับตั้งแต่การเคลื่อนย้าย การดูแล การจัดระบบกรงเลี้ยง ทำให้สัตว์ป่าหลายชนิดล้มตายลงเป็นจำนวนมาก คือ 1.นกแร้งหิมาลัย 1 ตัว ตายเพราะถูกวางยาสลบเกินขนาด 2.กวางผา 2 ตัว ตายเพราะถูกวางยาสลบในปริมาณที่มากเกินไป 3.นกกระเรียนหงอนฟู 12 ตัว ตายเพราะถูกตัดปีก 4.เหยี่ยวรุ้ง 2 ตัว ตายเพราะถูกตัดปีก 5.นกออก 1 ตัว ตายเพราะถูกตัดปีก 6.นกกาบบัว 10 ตัว ตายเพราะถูกตัดปีก 7.หงส์ขาว 7 ตัว ตายเพราะถูกตัดปีก

8.หงส์ดำ 5 ตัว ตายเพราะถูกตัดปีก 9.นกเป็ดน้ำ 25 ตัว ตายเพราะถูกตัดปีก 10.นกฟามิงโก้ 5 ตัว ตายเพราะถูกตัดปีก 11.แบล็คบัค 3 ตัว ขาหัก แต่ตายเพราะสาเหตุจากการรักษาของสัตวแพทย์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ 12.กวางซิการ์ 1 ตัว ตายไม่ทราบสาเหตุ 13.กวางรูซ่า 3 ตัว ตายไม่ทราบสาเหตุ 14.วิลด์เดอร์บีสท์ 4 ตัว ชนกำแพงตายเพราะตื่นตระหนก และเกิดอาการเครียดจากเสียงรถยนต์ 15.กวางป่า 2 ตัว ตายไม่ทราบสาเหตุ 16.ไฮยีน่าลายจุด 2 ตัว กัดกันเองจนบาดเจ็บ แต่ตายด้วยสาเหตุจากการรักษาที่ไม่มีประสิทธิภาพของสัตวแพทย์ในไนท์ซาฟารี

17.นกอีมู 2 ตัว ตายระหว่างการขนย้าย สัตว์เกิดอาการตื่นกลัว เครียดและช็อก 18.นกกระจอกเทศ 2 ตัว ตายระหว่างการขนย้ายสัตว์เกิดอาการตื่นกลัวและเครียดและช็อกตาย 19.แกรนกาเซล 15 ตัว เมื่อเดินทางมาถึงไม่ได้พัก ทั้งที่มีกรงกัก แต่ปล่อยในส่วนแสดงสัตว์ จึงวิ่งชนกันตาย 20.หมาป่าดิงโก้ ตายระหว่างการขนส่ง ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน 21.วัลลาบี้ ตายระหว่างการขนส่ง ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน โดยรวมแล้วมีสัตว์บาดเจ็บล้มตายไปทั้งหมด 21 ชนิด จำนวน 104 ตัว สำหรับข้อมูลการตายของสัตว์ในสวนสัตว์ไนท์ซาฟารีนี้ เป็นตัวเลขเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนั้นอีก 2 เดือน ไม่ทราบว่าจะมีสัตว์ตายเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และนี่เป็นเพียงความเสียหายส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีพยายามปกปิดมาโดยตลอด

นายนิคมกล่าวว่า นอกจากนี้สภาพแวดล้อมภายในสวนสัตว์ไนท์ซาฟารียังไม่พร้อมที่จะให้สัตว์เข้าไปอยู่อาศัยได้ จนกลายเป็นเหมือนการทรมานสัตว์ เช่น สภาพกรงไม่เหมาะสมกับสัตว์นั้นๆ บางชนิดต้องอาศัยอยู่ในกรงที่คับแคบ และไม่มีความคล้ายคลึงกับสภาพธรรมชาติที่สัตว์ป่าแต่ละชนิดอาศัยอยู่ เช่น ต้นไม้ในพื้นที่ที่ชะนีอาศัยอยู่นั้นยืนต้นตายเสียส่วนใหญ่ จนชะนีไม่สามารถใช้อาศัยบังความร้อนแรงของแสงแดดในช่วงเวลากลางวัน โดยธรรมชาติของชะนีนั้น เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตป่าฝนเขตร้อน เป็นป่าที่มีลักษณะมีเรือนยอดชิดติดกัน ให้ชะนีสามารถโยกย้ายไปมาเพื่อหากินได้ และสามารถอาศัยเป็นที่กำบังจากความร้อนแรงของแสงแดดได้ และลักษณะการจัดพื้นที่ในชะนีนั้นมีลักษณะเป็นสวนหย่อมมากกว่าที่จะเป็นการเลียนแบบพื้นที่ป่าตามธรรมชาติ ลักษณะการจัดสวนหย่อมแบบนี้สามารถพบได้หลายกรงด้วยกัน เช่น นกกระเรียนหงอนฟูหรือกรงเสือปลา กรงของเสือจากัวร์ก็มีขนาดพื้นที่ที่คับแคบเกินไป ไม่มีพื้นที่เพียงพอให้ได้ผ่อนคลาย อันเป็นสาเหตุให้เสือจากัวร์เกิดอาการเครียดอยู่ในขณะนี้ เป็นต้น ทำให้สวนสัตว์แห่งนี้เหมือนกับสถานที่ทรมานสัตว์ป่ามากกว่าสถานที่เลี้ยงสัตว์ให้อยู่ดีเหมือนที่คนบางคนเคยกล่าวไว้

นอกจากนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ป่าชนิดต่างๆ ในแต่ละจุด หรือให้ความดูแลความปลอดภัยของสัตว์ป่าที่อยู่ในกรงเปิดของแต่ละจุด ซึ่งเคยมีนักท่องเที่ยวใช้ก้อนหินขว้างปาใส่สัตว์จนได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งไม่มีเจ้าหน้าที่คอยตักเตือน เมื่อนักท่องเที่ยวได้ให้อาหารสัตว์ เช่น กรณีของลิงกระรอกที่ได้รับอาหารจากนักท่องเที่ยวบ่อยครั้งมาก ทั้งที่มีป้ายห้ามติดตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรงมากนัก และกรงสัตว์หลายแห่งขาดการเอาใจใส่ในเรื่องการบำบัดน้ำเสีย ทำให้มีกลิ่นน้ำเสียเหม็นคลุ้ง เช่น กรงหมี กรงเสือดาว เป็นต้น

ด้านนายสุพจน์ เมธาภิวัฒน์ ผอ.ส่วนบริหารสัตว์โครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี กล่าวถึงกรณีสัตว์ป่าในไนท์ซาฟารีล้มตายเป็นจำนวนมากว่า เรื่องสัตว์ที่ตายระหว่างการนำส่งมายังไนท์ซาฟารีนั้น ไม่ใช่ความผิดของไนท์ซาฟารี เพราะการขนส่งสัตว์ของผู้ดำเนินการเรายังไม่ได้จ่ายเงินค่าสัตว์ เมื่อสัตว์มาตายระหว่างขนส่ง ทางผู้ขนส่งและต้นทางก็ต้องรับผิดชอบหาสัตว์ใหม่มาทดแทนให้กับเรา ส่วนเรื่องที่ว่าปล่อยให้สัตว์กัดกันตายนั้น เช่น ไฮยีน่า ที่กัดกันนั้นยังไม่ตาย เพียงแค่ได้รับบาดเจ็บทางเราก็ดูแลอยู่ เรื่องมาตรฐานการดูแลสัตว์ในสวนสัตว์ไนท์ซาฟารีนั้น เรามีมาตรฐานอยู่แล้ว การเกิดแก่เจ็บตายของสัตว์เป็นเรื่องธรรมชาติ และเมื่อมีการสอบถามมาเราก็ตอบไปตามความจริง ไม่มีการปกปิด

ส่วนกรณีที่ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนว่ายีราฟในสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่เพิ่งเปิดแถลงข่าวการตกลูกเมื่อไม่นานตายแล้วทั้งแม่และลูก และยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่เสียชีวิตอีก นายสุพจน์กล่าวว่า ยีราฟในไนท์ซาฟารีเสียชีวิตทั้งแม่และลูกนั้นเป็นความจริง โดยยีราฟดังกล่าวนั้นเป็นยีราฟที่ไนท์ซาฟารีซื้อมาจากสวนสัตว์เชียงใหม่ ต่อมาได้คลอดลูกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งลูกที่ออกมามีสุขภาพไม่แข็งแรงและเสียชีวิตลงไป และต่อมาแม่ยีราฟก็ได้เสียชีวิตตามไปอีกตัว ทางไนท์ซาฟารีได้สอบถามไปยังสวนสัตว์เชียงใหม่ถึงสาเหตุของการเสียชีวิตและประวัติของแม่ยีราฟ ทางสวนสัตว์เชียงใหม่แจ้งให้ทราบว่า แม่ยีราฟตัวนี้คลอดลูกออกมาสมัยอยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ลูกตายทุกตัวเพราะไม่แข็งแรงและตัวแม่ยีราฟเองก็มีโรคประจำตัว กระทั่งได้ส่งมายังไนท์ซาฟารีก็มาคลอดลูกและลูกก็ตาย ต่อมาโรคเก่าของแม่ยีราฟเกิดกำเริบขึ้นก็ได้เสียชีวิตลงในที่สุด ซึ่งแม่ยีราฟนั้นป่วยและมีโรคเก่าติดตัวมาก่อนนั้นแล้ว ส่วนเรื่องสัตว์เสียชีวิตในไนท์ซาฟารีจำนวนมากนั้น เป็นเรื่องธรรมชาติของสัตว์ที่ต้องมีการเสียชีวิตเป็นธรรมดา คนที่เอาข้อมูลไปให้กับสื่อมวลชนเรื่องสัตว์เสียชีวิต เขาต้องการโจมตีไนท์ซาฟารีทุกวิถีทาง ข้อมูลของสัตว์เสียชีวิตที่กลุ่มไม่หวังดีได้มาก็ผิดบ้างถูกบ้าง เรายอมรับเรื่องยีราฟแม่ลูก ที่เพิ่งเปิดตัวแถลงข่าวเสียชีวิตไปแล้วจริง เพราะยีราฟตัวแม่มีโรคประจำตัวไม่แข็งแรงและทางเราก็มารู้ทีหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแม่ยีราฟที่คลอดลูกในไนท์ซาฟารีนั้น มีชื่อว่า "น้ำผึ้ง" คลอดลูกยีราฟออกมา เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 ม.ค.2549 โดยนายปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เป็นคนแถลงข่าวและนำชมลูกยีราฟ และตั้งชื่อลูกยีราฟดังกล่าวว่า "ชิวอิก" มีความหมายว่า วันปีใหม่ของจีน เนื่องจากลูกยีราฟเกิดตรงกับวันตรุษจีน ถือเป็นของขวัญในวันตรุษจีนที่เชียงใหม่
กวนจัง  [ 15/3/2549 12:35:42 ]
 ความคิดเห็นที่: 1
การตายของสัตว์ตามธรรมชาติยอมรับได้ครับ และเข้าใจว่าการขนย้าย การย้ายที่อยู่ของสัตว์ต้องมีการสูญเสียบ้าง ถ้าเป็นมือสมัครเล่น แต่นี่มันโครงการระดับชาติแบบนี้ มันไม่ควรที่จะมีการผิดพลาดเกิดขึ้น ซึ่งอ่านจากสาเหตุที่ระบุมา มันดูไม่มีความเป็นผู้มีความรู้ และมืออาชีพเอาเสียเลย
นณณ์ [15/3/2549 13:13:53] [58.8.153.87]
 ความคิดเห็นที่: 2
ช่วงนี้เจอแต่ข่าวแบบนี้บ่อยมาก คราวที่แล้วก็อควาเรี่ยมยักษ์ใหญ่ ของเอกชน
แต่นี่ มันระดับชาติไม่ใช่หรอครับ
รายงานการตายเป็นเท็จหรือจริงก็ไม่รู้ แต่เท่าที่ดูจำนวนการตายก็น่าจะใจมาก
ถึงแม้จะเป็นการขนส่งก็ตามที การขนส่งก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราควรจะต้องรับผิดชอบ และทำให้ดีที่สุดด้วย ไม่ใช่ตายก็อ้างการขนส่งไม่ดีเพียงอย่างเดียว
ไหนจะระบบการเลี้ยงที่ไม่ถูกต้องอีก
รัฐบาล ก็ดีแต่เข็นกันเข้าไป ไม่มีทางมารับรู้ในรายละเอียดหรอกครับ อัดเงินกันเข้าไปเยอะๆ ง่ายดี ร้อยล้าน พันล้าน ฟังดูแล้วน่าชื่นใจยิ่งนัก
นี่คือ ความเจริญ ที่ทุกคนชื่นชม และใฝ่หา ในยุคของทักษิณครับ
RoF [15/3/2549 14:4:33] [61.91.76.112]
 ความคิดเห็นที่: 3
เสียดายสัตว์ ที่ตายจัง
nana [15/3/2549 15:35:4] [58.136.232.153]
 ความคิดเห็นที่: 4
Let say, we (Thailand) never build up real zoo and aqaurium professional, that need to do  hard and well trained from the success places. We never support this capacity building, most of one who go to inter. zoos and aquariums are in short time and not in the right position to manage practically.
waterpanda [15/3/2549 17:11:3] [203.159.12.15]
 ความคิดเห็นที่: 5
พวกเน้นทำเป็นธุรกิจการค้า กำไรมาก่อน สุดท้ายก็ลงเอยเช่นนี้แล...สาตุ๊
snakeeater [15/3/2549 19:20:41] [202.129.52.202]
 ความคิดเห็นที่: 6
เห็นด้วยกับดร. แพนด้าน้ำ อย่างมากค่ะ
เค้าไปดู ไปศึกษางานจากต่างประเทศก็จริง
แต่ไม่ได้ไปศึกษาเป็นระยะเวลานาน
(ต่างกับคนเลี้ยงแพนด้า ที่จีนเค้ามีเงื่อนไขให้ต้องไปฝึกงานกับเขาเป็นปีๆ)
แค่เห็นก็เอามาทำ คิดว่าเลียนแบบก็ทำได้ (ซึ่งมันต่างจากครูพักลักจำนิสัยประจำของคนไทย)

เราขาดการศึกษาที่ละเอียด ถี่ถ้วน
และนี่คือสาเหตุของปัญหาทั้งมวลของสวนสัตว์และสวนน้ำทุกแห่งในประเทศไทย


ส่วนตัวเป็นคนไม่ชอบสวนสัตว์ (ที่มีการจัดการที่แย่ๆ อยู่แล้ว)
ยิ่งได้ยินข่าวนี้ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่
เพื่อนที่เคยไปเที่ยวบอกว่ากรงชีต้าร์ เล็กมาก
เล็กในที่นี้หมายถึง ไม่เพียงพอที่จะให้ชีต้าร์ฝึกวิ่ง
สัตว์ชนิดนี้ต้องมีการฝึกให้วิ่ง เพื่อให้สัญชาติญาณสัตว์ป่าของมันยังคงอยู่ และเพื่อสุขภาพของมันเอง

แต่เพื่อนยายอ้วนบอกว่า ให้มันนั่งๆ เดินๆ ยืนๆ นอนๆ
ดูจากแววตาของมันแล้วไม่มีความสุข ไม่มีแววตาของสัตว์ผู้ล่าเหลืออยู่เลย

ที่สวนสัตว์ต่างประเทศที่มีการจัดการดูและที่ดี
จะมีการนำชีต้าร์ออกมาวิ่งไล่อาหาร (เนื้อสัตว์) อยู่เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้มันไม่ลืมสัญชาติญาณ การเป็นนักล่าของมัน

ยายอ้วนเป็นห่วงชีต้าร์ที่ ไนท์ซาฟารี มากๆ
ยายอ้วน [15/3/2549 23:45:25] [161.200.131.181]
 ความคิดเห็นที่: 7
"เป็นธรรมดา"  ระยำมากนะเนี่ย  ถ้ามันตายเยอะแบบนี้ก็ไม่น่าธรรมดานะพี่  เซ็งว่ะ
conti [16/3/2549 10:19:26] [203.113.45.4]
 ความคิดเห็นที่: 8
  มาอ่านครับไม่รู้จะพูดอย่างไร น่าเสียดายและน่าสงสารครับ
JJ [16/3/2549 11:35:35] [203.146.169.60]
 ความคิดเห็นที่: 9
conti อย่าใช้คำหยาบสิครับ
นณณ์ [16/3/2549 12:2:45] [61.91.139.68]
 ความคิดเห็นที่: 10
ก่อนอื่นขออุทิศส่วนกุศลให้กับเพื่อนผู้เสียชีวิต
เห็นด้วยกับคห.4 ก่อนอื่นเลยคนที่เป็นเจ้าของโครงการ ซึ่งอาจเป็นราชการ หรือเอกชน ในที่นี้จะพูดถึงราชการเป็นหลัก ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ครับ เรื่องสำคัญคือมันจะแบ่งให้เท่าไหร่ คอนเซปต์ว่ากันที่หลัง มันจะไปเหลืองบทำซากอะไร แล้วส่วนใหญ่ก็ว่ากันที่อาคาร รูปแบบที่สนองคน ไม่ใช่สนองสัตว์ คิดสร้างแต่ไม่เตรียมเรื่องดูแล คิดดูแลก็คิดเรื่องผลประโยชน์จากการดูแล  ไปดูงานมันก็ดูแต่ข้างนอกอย่างฉาบฉวย เดินไม่ถึงชั่วโมงก็เผ่นแล้วครับ แต่ตอนกลางคืนนี่ดูนานนนนมาก ดูอะไรนึกเอาเอง ตั้งแต่ทำงานด้านนี้มาเกือบ10ปี มีอยู่ที่เดียวในเมืองไทย ที่ไม่เคยคุยเรื่องผลประโยชน์เลย คุยกันแต่เรื่องสัตว์จะอยู่อย่างไร จะให้ความรู้กันอย่างไร เจ้าหน้าที่ต้องทำอะไรใส่ใจกันขนาดไหน ที่อื่น (มากกว่า 6 โครงการที่เคยสัมผัส) NO
ผมอยากเห็นนะครับ อะควาเรี่ยม หรือสวนสัตว์ที่ดีๆ เวลาคุยกับเจ้าหน้าที่ของต่างประเทศแล้วรู้สึกเลยว่าเขาผูกพันกับสัตว์ทุกตัว ไม่เคยได้ยินว่าตายเป็นเรื่องธรรมชาติ หรือคนนั้นทำตายไม่ใช่ผม
จริงๆผมว่าน่าจะมีองค์กรคอยกรองโครงการพวกนี้ว่ามีมาตรฐานในด้านต่างๆหรือไม่ เป็นองค์กรที่มีคนที่รู้เรื่องสัตว์ และระบบเลี้ยงต่างๆ รวมทั้งมาตรฐานการดูแล ไม่จำเป็นต้องเป็นด็อกเตอร์ แต่จำเป็นต้องรัก และไม่รับในที่ลับ เป็นคนที่ต้องการเห็นอควาเรี่ยม สวนสัตว์ดีๆเกิดขึ้นกับบ้านเรา ถ้ามีได้ก็คงลดความสูญเสียอย่างที่เป็นข่าวกันอยู่ทุกวัน
จุ่มพรวด [17/3/2549 17:17:51] [125.25.137.199]
 ความคิดเห็นที่: 11
เท่าที่เคยดูมา ผมประทับใจสวนสัตว์ที่โคราชมาก  จัดที่ได้ยอดเยี่ยม
snakeeater [19/3/2549 0:20:29] [202.129.52.202]
www.siamensis.org: - Thailand Fish & Nature Explorer
An independent non-profit group
Established 2001
 All Rights Reserved 2001-2009 ©.siamensis.org.