อุมวาบที่รัก ฉันจะจำเธอตลอดไป วันที่ 11 มีนาคม 2549 เวลาตี 5.30 ผมตื่นนอน แต่ที่จริงแล้วผมตื่นสายกว่าปรกติ ทุกทีผมตื่นตี 5 ทุกวัน วันนี้เป็นวันพิเศษ วันนี้ผมจะต้องออกเดินทางไปกับโรงเรียนตากพิทยาคม ผมจะไปออกค่ายอาสาพัฒนาที่บ้านอูมวาบ ต.บ้านนา อ.สามเงา จ.ตาก สามารถเดินทางได้ 2 วิธีคือ 1 ทางเครื่องบิน(เฮลิคอบเตอร์เท่านั้น)กับเรือ ผมไปกับเพื่อนๆชาวตากพิทยาคม 32 คน รวมกับโรงเรียนผดุงปัญญาอีกประมาณ 30 คนหรือต่ำกว่านี้ มีผู้หญิงด้วย 14-15 คน(เอาไปล้างจาน + แม่ครัว) 7.30 พวกเราทั้ง 2 โรงเรียนเดินทางมาถึงบริเวณสันเขื่อนภูมิพล(บ้านอูมวาบอยู่เหนือเขื่อน) พวกเราทุกคนช่วยกันขนของลงแพ พวกแล้วพวกเราก็ออกเดินทาง ผมแอบคิดในใจ พวกเราจะเข้ากันได้ไหมหนอ เราจะเหนื่อยมากไหมหนอ เราจะทำได้ดีแค่ไหนกันหนอ เราต้องใช้ชีวิตอย่างไรกันหนอกว่าจะถึงตอนเช้าวันที่ 15 ที่เราจะมาถึงสันเขื่อนเพื่อกลับบ้าน 15.21 น. พวกเราเดินทางมาถึงบ้านอูมวาบโดยสวัสดิภาพ วันแรกพวกเราไปดูสถานที่ที่เราจะลงมือซ่อมอาคารเรียนที่ไม่มีหลังคาแม้แต่แผ่นเดียว เด็กๆวิ่งมาดูพวกเรากันอย่างอบอุ่น แม้จะมีเด็กทั้งหมดเพียง 19 คนก็ตาม ตี 5.30 ของวันที่ 12 มีนาคม 2549ผมตื่นนอน วันนี้ไม่งัวเงียเลยแม้สักนิด ผมพร้อมจะลุยแล้วกำลังใจเต็มเปี่ยม ผมพร้อมแล้ว พอกินข้าวเสร็จผมก็ได้รับมอบหมายให้ขนแผ่นกระเบื้องที่แตกหักและยังดีอยู่แยกออกจากกัน(มีทั้งหมดประมาณ 500 แผ่น หนักมาก) ผมทำกับเพื่อนไม่กี่คน เพราะที่เหลือเคต้าเอาตัวรอดไปทาสีกันหมด ผมเหนื่อยมากเสร็จประมาณเที่ยงกว่าๆ มีรุ่นน้องจากโรงเรียนผดุงที่อยู่กลุ่มเดียวกับผมที่เป็นผู้หญิงให้กำลังใจอยู่ เลยไม่ต้องนอนโลงจำปา เธอบอกว่าจะช่วย ผมห้ามไว้เพราะมันไม่ใช่งานของเธอ ผมวึ้งในน้ำใจเธอมาก เธอชื่อบุ๋ม น้องบุ๋ม 6.30 วันที่ 13 มีนาคม 2549วันนี้ครูเรียกให้ตื่นช้ากว่าทุกที ผมตื่นมาแปรงฟันเล่นกีต้าร์รออยู่ตั้งแต่ตี 5 แล้ว วันนี้งานไม่หนักเท่าไหร่ แต่ผมก็มีงานหลักแล้วล้างจาน(เพราะว่างก้เลยช่วยกันสนุกดีบุ๋มบอก ทำไปก็มีความสุขเธอช่วยผมได้ทุกเรื่องเลย) วันนี้ผมได้เป้นหัวหน่าอย่างเต็มตัวหลังจากที่เราเลือหหัวหน้ามาแล้วมันไม่ทำอะไร เพราะคิดว่ามันโตแล้ว มันอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว ครูมัธยมมาคุมมันไม่ได้ มันไม่ยอมช่วยพวกเราเลย มันกับพวกอีก 9 คน เดินลงไปนั่งตกปลาบนแพตั้งแต่เมื่อวาน ไม่มีใครขึ้นมาช่วยงานเลย มันคิดว่าได้มาเที่ยวฟรี ในฐานะ "ผู้ร่วมออกค่ายอาสาพัฒนา" ผมต้องทำทุกอย่างให้พวกเรารวมกันเป็นหนึ่งเดียว พอพวกเรากินข้าวเมื่อไหร่ผมจะถามสาระทุกข์สุขดิบ ผมซี้กับทุกคนในค่าย ทุกคนรู้จักผม พวกเราไม่มีใครทะเลาะกัน ผมทำได้ ผมรวมพวกเราได้ และสิ่งสุดท้ายที่ผมต้องทำคือ ทำให้ทุกๆคนยอมรับกับสถานะการที่เราเกลียดที่สุดคือการหนีงานของหัวหน้ากลุ่มคนเดิมที่มีเรื่องกับครูผู้คุมค่าย พวกผุ้ชายในกลุ่มผมในตคอนแรกปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร จะแก้แค้นอย่างไร ทุกคนโมโหมากที่มาต่อว่าครูของพวกเราว่า "ยุ่งเรื่องของมัน มันจะกินเหล้าสูบบุหรี่แค่นี้ก้ไม่ได้มันโตแล้ว" คืนนี้มีการประกวดดาวเดือนประจำค่าย ผมได้ตำแหน่งเดือนในฐานะที่เป็นผู้นำที่โดดเด่นที่สุด ทำงานดีที่สุด สามารถ คลี่คลายเหตุการณ์แตกแยกได้ทั้งหมดจนครูผู้คุมค่ายมองเห็นผม ผมขอบคุฯทุกคนที่ร่วมโหวดผมจะได้คะแนนกว่า 90% ขอบคุณครับ ส่วนผู้หญิงน้องเอยก็ได้ไป เธอทำงานดีมาก ต้องขอบคุณบุ๋มด้วยที่ร่วมกันวางแผนการทำงานและร่วมรับผิดชอบกับผมทุกครั้ง แต่เมื่อดาวและเดือนมีเพียงตำแหน่งเดียวเธอจึงพลาดไป แต่เธอบอกเธอไม่เสียใจสักนิด วันนี้ผมดีใจผมรู้สึกปิติที่สุด วันนี้ตอนกินข้าวเย็นทุกคนบอกว่า "พี่ดั้มพ์เป็นผู้นำที่พวกเรานับถือมาก พี่เป็นผู้นำที่ดีมาก"แล้วในตอนเย็นผมก็ได้ตำแหน่งดาวเดือนพอดี ขอบรักทุกๆคน โดยเฉพาะน้องบุ๋ม เธอคือคนที่ช่วยผมทำงานมากที่สุด บุ๋มพี่ไม่กล้าบอกแกหรอกนะ ว่าแกหนะคือคนที่ตรงกับอุดมคติพี่มากเลย ถ้าไม่ได้แกพี่ก้คงไม่มีกำลังใจนะ ขอบใจมากนะรองหัวหน้าที่ชื่อบุ๋ม 7.00 ของวันที่ 14 มีนาคม 2549 งานเสร็จหมดแล้วเพราะพวกเราลุยกันมาหมดแล้ว เยี่ยมๆ วันนี้เราจะออกเดินทางกันตอนเที่ยงวัน งานหลักของผมกับพวกแก๊งควาย(ตากพิยทคม 4 คน ผดุง 8 คน)ช่วยกันทำกับพวกผู้หญิงที่เหลือไปสร้างมิตรกับคนในหมู่บ้านหรือไม่ก็พักผ่อน แน่หละผมต้องทำให้คุ้มกับตำแหน่งหน่อยเคต้าอุส่าห์โหวดเรามานี่หน่า พอเที่ยงแพออกเดินทาง พวกเราเต้นกันสุดฤทธิ์เพราะเป็นการฉลองที่งานเสร็จ มันมากขอบบอกๆพอตกเย็นผมกับน้องเอยก็ต้องออกมาดูดเกี่ยวกับความรู้สึกของค่ายนี้ ผมพูดขอบคุณหลายๆคน โดยเฉพาะบุ๋ม มิน วอร์ม พู้กัน ต้น คิม(เพื่อนเรียกขิม) และอาจารย์หลายๆคน ผมร้องไห้ บุ๋มร้องไห้ วอร์มน้ำตาซึมทันทีที่ผมกล่าวขอบคุณ พอผมพูดเสร็จท่านนายก อบต.บ้านนาก็กล่าวยกย่องผม ทุกคนก็ยกย่องผมท่านบอกว่าถ้าไม่ได้ผม ก้ไม่รู้ว่าจะตึงเครียดแค่ไหน เพราะพวกเราโมโหกันมากกับพวกมันที่มาว่าพวกเรา ท่านขอบคุณผม ขอบคุณทุกๆคน ตอนเย็นพวกเราเล่นเกมส์กัน ผมนั่งเล่นกีต้าร์กับเพื่อนๆ และวันนี้เป้นครั้งแรกที่ผมขอเบอร์โทรศัพท์ผู้หญิง ผมขอบุ๋มครับ แต่เธอบอกว่าเธอไม่มีแล้วก็ติดต่อเธอยาก ผมได้ฟังก็นอนไม่หลับเลย เราทำอะไรลงไป 4.30 ขอวันที่ 15 มีนาคม 2549 อีกไม่กี่ชั่วโมงเราต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน ผมไม่ได้นอน ผมนอนไม่ได้ ผมโมโหตัวเองมาก ดีมาตั้งนานสุดท้ายไปทำกิริยาแบบนั้นได้อย่างไร วันนี้ผมต้องขอโทษเธอให้ได้ แล้วผมก็ทำได้ผมดีใจมาก เธอบอกว่าเธอจะไปเรียนพิเศษช่วงซัมเมอร์เธอให้เบอร์เพื่อนเธอมาเพราะเธอไม่มีโทณศัพท์เธอกัลัวว่าผมจะรังเกียจเธอที่ไม่มีโทรศัพท์ เธอมองผมผิด ผมนั่งคุยกับเธอเกี่ยวกับเรื่องของผมเรื่องของเธอ ผมได้รู้ถึงชีวิต เธอน่ายกย่องมาก เธอเก่งมากนะบุ๋ม 7.00 น.แพมาถึงสันเขื่อน ผมลาทุกๆคน ผมลาอาจารย์ทุกคน ผมลาเธอ ผมสัญญาว่าจะไม่ลืมเธอ แม้เวลาจะสั้น แต่ก็ทำให้ผมรู้อะไรหลายอย่าง ที่สำคัญ ผมได้พบเธอ ผมไม่ได้หวังไม่ได้คิดอะไรมากกว่าเพื่อน แต่เธอคือเพื่อนที่ดี คือคนในอุดมคติ สุดยอดเลยยัยบุ๋ม เธอต้องมีอนาคตที่ดี ถ้าเรามีโอกาสได้ใกล้ชิดกัน ผมจะจีบเธอ ผมไม่กล้าบอกเธอ แต่ผมจะบอกในบันทุกเก่าๆเล่มนี้ "บุ๋มเธอคือคนในอุดมคติของพี่นะ ถ้าเป็นไปได้เราต้องได้เจอกันอีก พี่ชอบแกนะ รักษาสุขภาพด้วย ขอบคุณทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ขอบคุณจากใจ ขอให้เจอคนที่ดีนะ ไม่ต้องดินรนหาอย่างคนอื่นอยู่แบบนี้แหละดีแล้วจะได้มีค่าอย่ากระเสือกระสนหามันอย่างคนอื่นเพราะอย่างน้อยคนอย่างพี่มีเยอะ ถ้าเค้าเจอแกนะบุ๋ม เค้าต้องรักแก เค้าต้องรักแก" ปล. 5 วันที่ผ่านมา ผมไปออกค่ายอาสาพัฒนามาครับ ได้เจอะไรหลายอย่าง ข้อความข้างบน มาจากสมุดบันทึกประจำวันของผม ผมเห็นมันมีคุณค่าดี เลยคัดลอกลงกระทู้นี้มา ทุกตัวอักษร อาจจะมีพิมพ์ผิดไปบ้างก็ขออภัยนะครับ conti [ 16/3/2549 11:16:15 ]
ความคิดเห็นที่: 1 ความรู้สึกแบบนี้ทำให้ผมหวลกลับไป นึกถึงความหลังสักยี่สิบกว่าปีได้เลยครับ อยากบอกจังเลยครับว่าถ้ามีโอกาศ อีกสักสิบปีผ่านไปเอาสิ่งที่เราเขียนและคิดไว้ กลับมาอ่านอีกครั้ง แล้วจะรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรนะครับ ชอบครับ JJ [16/3/2549 11:30:18] [203.146.169.60]
ความคิดเห็นที่: 2 เราอาจจะชอบใครเพียงแค่1ชั่วโมงเราอาจจะรักใครเพียง1วันแต่การจะลืมใครซักอาจจะใช้ทั้งชีวิต..................................................แม้ว่าเวลามันจะผ่านไปนานซักไหน แต่สิ่งเดียวที่จะอยู่กับเราตลอดไปคือความทรงจำ.......................................................กำไรเองก็เป้นอย่างพี่ดั้มละเคยแอบปลื้มรุ้นพี่ม.6คนหนึ่ง กำไรนะปลื้มเค้ามากแต่เค้าไม่รู้หลอก เค้าเป้นที่ดีมาก เก่ง นิสัยดี แต่ตอนพี่เค้าจากไปแย้วโดยที่ไม่รู้ว่ากำไรแอบปลื้มพี่เค้าอยู่ เอ้าเหอะได้แค่ก็พอ...........................................................ขอบคุณดั้มพี่ทำให้กำไรรู้สึกแอบยิ้มกับข้อความที่พี่พิมไว้อย่างไม่รู้ตัว : ) น้องกำไร [16/3/2549 12:13:33] [61.19.198.123]
ความคิดเห็นที่: 3 อุมวาบที่รัก ฉันจะจำเธอตลอดไป.........................................เรื่องราวดีๆที่ใครหลายคนจะต้องแอบยิ้มและรู้สึกอิจฉา"น้องบุ้ม" ของพี่ดั้มอย่างรู้ตัว ; ) จากความรู้สึกข้างในใจ [16/3/2549 12:17:28] [61.19.198.123]
ความคิดเห็นที่: 4 ^_^ กุ๋ย Thailand Nature Explorer Group [16/3/2549 13:4:29] [203.170.228.229]
ความคิดเห็นที่: 5 เก็บไว้ครับ ของพวกนี้ ความรู้สึกพวกนี้ ยิ่งโตมันยิ่งหายาก นณณ์ [16/3/2549 13:55:58] [61.91.139.68]
ความคิดเห็นที่: 6 ผมเคยรู้สึกแบบนี้กับน้องๆในหลายๆค่ายที่ไปทำมา.. ...แต่ความรู้สึกนั้นก็หยุดอยู่แค่นั้น ...ไม่ได้มีการพัฒนาในสิ่งที่ควรจะเป็น ........ค่ายแล้วค่ายเล่า .....ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป...แต่ผมรักในสิ่งที่ผมทำ......ผมหวังในสิ่งที่หวัง...ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นกำลังใจให้กับตัวเราต่อไป(เราเผยอะไรในใจออกมาเนี่ย) ST [16/3/2549 16:58:21] [203.144.252.236]
ความคิดเห็นที่: 7 หลายคนบอกว่าทำค่ายไม่ได้อะไร แต่จริงๆ แล้ว คนทำค่ายและคนที่เข้าร่วมได้รับสิ่งต่างๆ จากการทำค่ายมากมาย ค่ายที่ยายอ้วนเคยทำจะเป็นค่ายวิชาการและค่ายแนะแนวซะส่วนใหญ่ บางครั้งก็รู้สึกอย่างคุณ ST ที่บอกว่าความรู้สึกนั้นก็หยุดอยู่แค่นั้น ไม่ได้มีการพัฒนาในสิ่งที่ควรจะเป็น ......แต่บางครั้งก็กลับมาคิดว่า ในช่วงเวลานั้นหากเราทำได้ดีที่สุดแล้ว นั่นคือประสบความสำเร็จ ......และเอามาพัฒนาค่าย และตัวเองในอนาคด ......น้องๆ หลายคน พอจบค่าย ก็ไม่ได้จบการติดต่อ บางคนยังไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ ......บางคนสร้างความฝันที่วาดไว้ได้สำเร็จ ......และพวกเรา แม้จะจบ และห่างหายกันไป ก็ไม่เคยลืม ความทรงจำต่างๆ เลย ....... และพร้อมจะกลับมามอบสิ่งดีๆ ให้น้องๆ รุ่นต่อไปอยู่เสมอ........ ยายอ้วนบอกได้เลยว่าเป็นคนหนึ่งที่เติบโต และเป็นคนได้อย่างทุกวันนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากการทำค่ายฯ ค่ะ........ ยายอ้วน [16/3/2549 17:13:4] [58.9.190.175]
ความคิดเห็นที่: 8 อ่านแล้วซึ้งใจจังเลยค่ะชีวิตนี้ ผ่านงานแบบนั้นมาน้อยมากแต่.. แต่ละครั้ง รู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูกไม่ว่าจะเป็นค่ายที่เค้าจัดแล้วเราขอแจมหรือเป็นค่ายที่เราจัดไว้ในใจ คนเดียวก็ลุยได้..ครั้งหนึ่งในชีวิต..ที่ไม่มีวันลืมค่ะ น้ำค่ะ [16/3/2549 20:20:25] [58.10.180.4]
ความคิดเห็นที่: 9 เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักขอที่อยู่กันแฮะ ขอแต่เบอร์ เอ๊ะ หรือว่าเราเชย โตขึ้นไปเป็นนายกเลยนะไอ้ดัมพ์ปล. พี่ล้อล่นนะ จะบอกว่า "เพื่อนแท้จะมาเวลาเหนื่อย" ไอ้ลูกทุ่ง [17/3/2549 9:20:9] [203.126.110.12]
ความคิดเห็นที่: 10 อ่านไป อมยิ้มไป เพิ่งรู้ว่า conti ชื่อ ดั๊มพ์ โน่ [17/3/2549 11:24:25] [124.120.0.219]