เถาวัลย์ กับมุมมองของคนทำงานกับเถาวัลย์

Comments

ความเห็นที่ 1

เสียงแว่วๆมาว่าจะมีการรวมตัวกันประท้วงที่แก่งกระจานวันเสาร์ที่ 13 พย. นะครับ มีรายละเอียดเมื่อไหร่จะมาแจ้งอีกที

ความเห็นที่ 2

ใครน้อช่างเอาเถาวัลย์ ไปตีความว่าเป็น "ผู้่ร้าย"

ความเห็นที่ 3


ผู้ใหญ่เขาทำงานกันยังไงหว่า เหอๆๆ


ความเห็นที่ 4

ผมขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนนะครับ       
       ถ้าบ้านคุณมีต้นก้ามปูอยู่หลังบ้านซึ่งมีรัสมีกิ่งก้านปกคลุมพื้นที่หลังคาบ้านให้ร่มเงาเป็นเวลาหลายปี อยู่มาวันหนึ่งมีเถาวัยล์มาปกคลุมทั่วต้นก้ามปูต้นนั้น จนต้นก้ามปูค่อยๆรับน้ำหนักของเถาวัล์ที่เจริญเติบโตไปเรื่อยๆ ใบก้ามปูเริ่มเหี่ยวเหลืองเกิดจากการขาดแสงแดด บางกิ่งเริ่มตาย จากที่คุณอยู่อย่างร่มเย็นจากร่มเงาของเจ้าต้นก้ามปู กลับกลายเป็นคุณต้องหวาดผวาว่าวันใดวันหนึ่ง กิ่งก้ามปูจะตายเเพราะขาดแสงแดด และเมื่อไรมันจะหักโค่นลงมา คุณจะทำอย่างไร ตัดเถาวัลย์ทิ้ง หรือไม่ หากวันใดวันหนึ่ง ต้นก้ามปูที่เคยร่มเย็นกิ่งหักลงหลังคาครัว คุณจะขาดอาหาร กิ่งหักลงห้องนอนหล่ะคุณก็ขาดที่อยู่อาศัย

     เถาวัลย์ที่ป่าแก่งกระจานปกคลุมป่าหลายแสนไร่ เราคิดแค่หลักหมื่นไร่ก่อนก็ได้ สัตว์ป่าก็ต้องย้ายถิ่นอาศัยเพราะต้นไม้ที่เป็นอาหารหลักถูกเถาวัลย์ปกคลุมตายไปหลายหมื่นไร่แล้ว
ผมมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดคนทำงานวิจัเถาวัย์ในป่าแก่งกระจานก็อดสงสารผู้ทำงานไม่ได้ เนื่องจากถูกสังคมกดดัน ผู้ที่แสดงความเห็นไม่ได้เห็นพื้นที่จริงๆเลย เพียงแต่พูดว่า ตัดเถาวัยล์ซึ่งเป็นอาหารของสัตว์ป่าคุณลองสัตว์ที่หลายคนอ้างกล่าวข้างต้นทุกชนิดไม่ได้กินเถาวัลย์เป็นอาหารหลักซักชนิดเลยครับ อาหารที่เค้ากินจริงๆแล้วคืออะไรทุกคนก็รู้

ผมอยากให้ผู้ที่สนใจเรื่องผลกระทบในป่าแก่งกระจาน ทุกคน ลองไปดูพื้นที่ก่อนที่จะพูดอะไร หรือไม่ก็รอผลงานวิจัยออกมาเสียก่อน
เพื่อลดแรงกดดันของผู้ทำงานวิจัยนะครับ เค้าเหนื่อยกับการเข้าป่าเก็บข้อมูลแล้วยังต้องเหนื่อยกับแรกกดดันจากสังคมภายนอกอีกหรือ   ขอบคุณครับ

ความเห็นที่ 5

ผมฟังมาอีกสายอ่ะ ข้อมูลไม่ตรงกันเลย แม้แต่พื้นที่ๆถูกเถาวัลย์คลุมก็ไม่ตรง อยากไปดูของจริง อยากเห็นภาพถ่ายจากมุมสูง อยากนั่งเฮลิคอบเตอร์ดู แต่ตอนนี้ไม่มีโอกาาสทำสักอย่าง 

ความเห็นที่ 5.1

นั่นดิ เกรงว่ามีปัญหาที่นึง แต่ไปถกอีกที่ซะมากกว่า

ความเห็นที่ 6

ผมขอออกความเห็นแบบลอยๆลมอีกคนครับ ผมว่ามันก็คงเกิดความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติอาจจะเกิดด้วยมนุษย์ สภาพแวดล้อมการเปลี่ยนแปลง และอื่นๆ โลกเราจริงๆก็เปลี่ยนจากยุคต่างๆมาเยอะแม้แต่ยุคน้ำแข็งก็มีสิ่งมีชีวิตสูญพันธ์ไปเยอะเพราะปรับตัวไม่ได้ อะไรคือสิ่งตัดสินว่าผิดหรือถูก  จริงๆถ้าเถาวัลย์กระจายเยอะ มันทำให้ป่าถูกทำลายแล้วป่าที่ถูกทำลายด้วยน้ำมือพวกเราเองละ เราเองควรโดนกำจัดไหม...  แค่ความเห็นลอยๆลมนะครับอย่าคิดมาก

ความเห็นที่ 6.1

มากไปก็โดน น้อยไปก็โดน มันไม่มีสมดุลย์หรอกครับ เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ขับเคลื่อนด้วยกระบวนการของมนุษย์  แก้กันได้เฉพาะหน้าก็ดีแล้วครับ สังคมโลกทุกวันนี้ อยู่แบบวันต่อวันครับ

ความเห็นที่ 7

ยอมรับว่าครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องสางเถาวัลย์ รู้สึกติดลบมาก ๆ เพราะตอนแรก ที่ข่าวออกมาไม่มีข้อมูใด ๆ หรือแนวคิดใด ๆ ที่ใกล้เคียงกับวิชาการออกมาเลย

ตอนนี้ มีข้อมูลวิชาการออกมา มีนักวิชาการออกมา มีการคิดว่าจะศึกษาอย่างเป็นระบบ เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ผมก็รอคอยฟังอยู่นะครับ ถึงผลมันไม่ออกมาตรงกับความรู้สึก แต่ถ้าผลการศึกษาอย่างเป็นระบบ และอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผลออกมาแล้ว ผมว่าหลายฝ่ายย่อมยอมรับนะ

ปล. นายแมลงหายหัวไปไหนมา มัวแต่พาหญิงขึ้นดอยกระมัง

ความเห็นที่ 7.1

เห็นด๋วย! .... มัวแต่พาสาวพาเด็ก+ลวงขึ้นดอย...กิ้วๆๆๆๆๆ

ความเห็นที่ 8

ก็เรื่องมีอยู่ว่า

มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ ถูกไปหมดทุกอย่าง

และเห็นแก่ตัวที่สุด อย่าลืมว่าเราเป็นแค่สัตว์ มีอำนาจไปซะทุกอย่าง

โลกมันเปลี่ยนแปลงไป ก็ต้องทนให้มันเปลี่ยนไป เราจะสูญพันธุ์ ก็ต้องให้มันเป็นไป

ความเห็นที่ 8.1

ผมรู้สึกว่าคำตอบแบบนี้เหมือนคนๆคนเดียวกับที่ผมคิดถึงเลยครับ แต่ถ้าไม่ใช่ ก็คิดตรงกันครับ นึกว่าตัวเองใหญ่ สุดท้ายสูญพันธ์ 

ความเห็นที่ 9

ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเถาวัลย์เลยซักนิด  จะเรียกได้ว่าเป็นคนไม่มีต้นทุนทางนี้เลยก็ได้  เพียงแต่เท่าที่เคยพบประสบมา  และพูดคุยกับผู้เฒ่า หลาย ๆ คน หลาย ๆ ครั้ง  หลาย ๆ ชาติพันธุ์ ท่านบอกว่า  ตั้งแต่เกิดมา  เชือกสาย ตาลี อะเคตี(เถาวัลย์ )     ไม่เคยทำให้ป่าเสื่อมโทรม หรือสูญหาย  แต่คนต่างหาก ที่ทำให้เป็นไป และธรรมชาติมันจะสร้างสมดุลย์ของมันเอง  ตามระบบของสิ่งมีชีวิต  (ท่านบอกว่า สิ่งมีชีวิตใดไม่ปรับตัวเข้ากับธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตนั้นย่อมสูญพันธุ์)