กระทู้-07642 : น่าสงสาร...แมวดาว ไก่ฟ้า และอื่นๆ...รบกวนอ่าน

Home » Board » สิ่งแวดล้อม

น่าสงสาร...แมวดาว ไก่ฟ้า และอื่นๆ...รบกวนอ่าน

น่าสงสาร...แมวดาว ไก่ฟ้า  และอื่นๆ ...รบกวนอ่าน
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E5414929/E5414929.html
...แก้ไขเมื่อ 17 พ.ค. 2550 13:06:32
Montela_Hoya approve [ 17 พ.ค. 2550 12:45:17 ]
ความคิดเห็นที่: 1
อ่ะ ว่าแล้วต้องเป็นร้านเดรัจฉาน

เขาว่าเขาดูแลดี ไม่ใช่สัก แต่ว่าเอามาใส่กรงให้คนดู เขาว่าเขาอยู่ในวงการมานานนม ที่ทำได้ไม่ได้สัก แต่ว่าทำ

ไม่ออกความเห็นดีกว่า เพราะไม่เคยไปดูด้วยตาตัวเอง

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E5414929/E5414929.html
ไอ้ลูกทุ่ง approve [ 17 พ.ค. 2550 12:59:59 ]
ความคิดเห็นที่: 2
สงสารพวกเค้าอ่ะ ทำไมเอามาขังแบบนี้ มันไม่ใช่ธรรมชาติ ทรมานกันเปล่าๆ  
สำนึกของคนนะมีไหม๊ แย่มากๆ เลย  >_
FloridaZa approve [ 17 พ.ค. 2550 14:36:03 ]
ความคิดเห็นที่: 3
อย่างที่คุณไอ้ลูกทุ่งว่า ไม่ใช่ธรรมชาติ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความสุข ปลาอยู่ในตู้กระจก นกอยู่ในกรง หมาอยู่ในบ้าน ก็มีความสุขได้ครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราเลี้ยงดู ให้อาหารเหมาะสมหรือไม่มากกว่า ดันนั้น ยังไม่เห็นเอง ก็ยังไม่พูด เช่นกัน
นณณ์ approve [ 17 พ.ค. 2550 14:53:07 ]
ความคิดเห็นที่: 4
ยังไงก็ต้องแยกประเด็นพิจารณาระหว่างการดูแลสัตว์ กับข้อมูลส่วนบุคคลเป้าหมาย มันคนละประเด็นกันนะครับ

นอกนั้น ไม่มีความเห็นเพิ่มเติม
knotsnake approve [ 17 พ.ค. 2550 15:24:02 ]
ความคิดเห็นที่: 5
ไม่ออกความเห็นว่าเค้าน่าสงสารหรือเปล่า..เพราะยังไม่เคยไป...ดูแค่นี้น้อยไป .... ต้องดูกันให้ลึกซึ้งกว่านี้...

แต่อยากจะบอกว่า...
สัตว์ป่า อยู่กรงใช่ว่าจะไม่มีความสุขเสมอไป...สัตว์ป่า นำไปปล่อยป่า ก็ใช่ว่าจะรอด....
สัตว์ป่า เลี้ยงได้ เพาะได้  ถ้าตั้งใจจริง เอกชน(บางคน)ทำได้ดีกว่าภาครัฐ(บางที่)ด้วยซ้ำ
ไม่ใช่แค่เพราะทุน  แต่เพราะความตั้งใจ ความรักที่จะทำ ใช่สัก แต่ว่าทำตามหน้าที่








ี่
นีออน approve [ 17 พ.ค. 2550 20:32:22 ]
ความคิดเห็นที่: 6
ตามไปอ่านแล้วค่ะ

sun-flower approve [ 17 พ.ค. 2550 22:27:29 ]
ความคิดเห็นที่: 7
เลี้ยงรอด เลี้ยงได้ ก็เลี้ยงไป
เพื่อนๆ  ในนี้ก็เลี้ยง อะไรๆ  ไว้ตั้งมากมายไม่ใช่เหรอครับ
ชีวิต ต่อ ชีวิต เหมือนกัน...

ผมเลี้ยงปลาหางนกยูงยังไม่รอดเลย
jungle man approve [ 18 พ.ค. 2550 01:54:22 ]
ความคิดเห็นที่: 8
เฮ้อ..ผมเลี้ยงตัวเองยังไม่ค่อยรอดเลย สงสัยต้องเอาไปปล่อยป่า
knotsnake approve [ 18 พ.ค. 2550 03:00:18 ]
ความคิดเห็นที่: 9
^
^
^
เหมือนกันเลยครับ คุณน็อต

สรุปว่า ตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงยากที่สุด :)
ตะพากหน้าแดง approve [ 18 พ.ค. 2550 10:57:28 ]
ความคิดเห็นที่: 10
.........................................................................................................................................................................................................................................ช่องว่าง...........................................................

.....................ที่ควรแก้ไข............


  .........................................หากว่าเลี้ยงดี แล้วไม่ผิดกฎหมาย  ............................บอกด้วย
k-man approve [ 18 พ.ค. 2550 13:17:57 ]
ความคิดเห็นที่: 11
ที่จริงตัวกฎหมายเองถือว่ารัดกุมสูงมาก มากเกินไปจนไม่สามารถเสริมการอนุรักษ์อย่างครบวงจรได้  แล้วปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายครับ สมมติว่าผมไม่มองประเด็นที่ควรผ่อนปรนในตอนนี้ ผู้ถือ และบังคับใช้กฎหมายก็ไม่มีความรู้  และประสิทธิภาพ ตลอดจนศักยภาพพอที่จะใช้กฎหมายที่ตั้งขึ้นมาเองครับ  แล้ว พรบ.นี้ไม่ได้ยึดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง เพียงอ้างวลีว่าเพื่อการอนุรักษ์ ซึ่ง ไม่สามารถจับต้องได้เลยในส่วนนี้ แล้วมาประกาศโน่นประกาศนี่  อย่าลืมครับว่า ไม่ว่าเราจะอนุกรักษ์อะไรก็ตาม อย่ามองข้ามประเด็นกิเลสของคน ไม่เช่นนั้น กฎหมายนั้นก็จะเหลือแค่เศษกระดาษที่บรรจุข้อความอันสวยหรูเท่านั้น  แต่ยอมรับว่าทำได้ยาก  แต่ยากเพราะอะไรไม่ขอบอกก่อนดีกว่า
knotsnake approve [ 18 พ.ค. 2550 13:46:37 ]
ความคิดเห็นที่: 12
ผมตลกกับหน้าสองหน้าที่ต่างกันคนละขั้วของเจ้าของร้านมากกว่า ความจริงมันก็เป็นอย่างนี้แหละ ทำงานเป็นนักอนุรักษ์  แต่รับจ๊อบเป็นที่ปรึกษาโครงการเหม็นๆ
มีเยอะ
จุ่มพรวด approve [ 18 พ.ค. 2550 16:16:24 ]
ความคิดเห็นที่: 13
ตามไปอ่านแร้ว รู้สึกโมโห ทำไมคนมีอำนาจในมือถึงทำแบบนี้  เฮ้ยอนาคตสัตว์ป่าเมืองไทย
ฉันเอง approve [ 19 พ.ค. 2550 17:13:33 ]
ความคิดเห็นที่: 14
ยังไงก็ตามผมคิดว่า"หากำไรจากสัตว์ป่าไม่ใช่เรื่องดี ถ้าอยากเลี้ยงอยากเพาะเพื่อการอนุรักษ์ทำให้สำเร็จทำให้ดีนั่นอีกเรื่องนึง แต่การเอามาเพิ่มราคาให้อาหารในร้านนั้น ผมว่าเลวที่สุด ด้วยตำแหน่งของเขาทำให้การทำเรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องไม่ยากนัก มองดูกรงแมวดาวแล้วผมว่ามันเป็นการทรมานมากกว่าทำให้มันมีความสุขแน่นอนครับ
1.คับแคบมาก ถ้าเทียบกับธรรมชาติของมัน
2.รู้ว่ามีอาหาร(ไก่ฟ้า)อยู่ข้างล่าง  แต่ไม่สามารถกินได้ สัตว์ป่าเสียสัญชาติญาณแน่นอนครับ ส่วนตัวผมไม่คิดว่ามันมีความสุข
3.จะจับคู่ให้ผสมกับแมวสีนวลปลอดข้อนี้ผมคงไม่ต้องอธิบายนะครับว่าทำเพื่ออะไร คือง่ายๆ ว่าเขาไม่ได้รักแมวดาวที่ว่ามันคือแมวดาว และต้องการครอสบรีดออกมาเป็นตัวอะไร  และทำไปเพื่ออะไร?
Alakazum approve [ 19 พ.ค. 2550 17:54:59 ]
ความคิดเห็นที่: 15
ผมเห็นด้วยกับคุณ Alakazum  และทุกๆ ความเห็นครับ
นายกระแสน้ำ approve [ 21 พ.ค. 2550 11:38:20 ]
ความคิดเห็นที่: 16
สำหรับข้อ 1 ของน้อง Alakazum นั้น ไม่รู้ว่าจะยกมาทำไมหนอ เพราะมาเทียบกับในธรรมชาติ  ไม่งั้นไม่ว่าจะเลี้ยงตัวอะไรก็ตาม มันก็ติดข้อ 1 เสมอครับ แม้ แต่การเลี้ยงสุนัขก็ตาม

ข้อ 2 การเลี้ยงสัตว์(ไม่จำเพาะว่าต้องเป็นสัตว์ป่าเสมอ) หากไม่ได้เลี้ยงเพื่อปล่อยคืนธรรมชาติ(คือเลี้ยงในรูปแบบสัตวเลี้ยง) ก็ต้องลดสัญชาตญาณป่าครับ แม้ แต่สุนัขบ้าน เราก็ต้องลดเลย ปลาทองอย่างเนี้ยะ ฯ ลฯ

ข้อ 3 เห็นด้วยเต็มๆ

ใจจริงของผมไม่อยากให้เรามาแบ่งแยกความเป็นสัตว์เลี้ยงกับสัตว์ป่าด้วยการระบุชนิดครับ เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมเลย การเลี้ยงสัตว์..อยู่ที่ว่า เลี้ยงเพื่ออะไรต่างหาก เราถึงมาว่าเกี่ยวกับการจัดการที่เหมาะสม  แต่ต้องสนองความต้องการพื้นฐานของสัตว์ที่เลี้ยงให้ได้ไม่ว่าจะเลี้ยงเพื่ออะไรก็ตาม สัตว์(ที่เราเรียกว่าสัตว์)ป่าก็ต้องเปิดโอกาสให้มาเป็นสัตว์เลี้ยงได้ เพราะหลายอย่างมีศักยภาพเพียงพอ ในขณะเดียวกันเราก็ต้องรักษาชนิดต้นสายให้อยู่รอดด้วย  แม้ แต่คนที่(อ้างว่า)เป็นนักอนุรักษ์ พอเห็นชาวบ้านยิงเก้งมากินก็มาโวยวาย  แต่พอเจองู(ก็เป็นสัตวป่า)ก็เที่ยวบอกว่าเอาไว้ไม่ได้ อันตราย เดี๋ยวกัดใครตายเข้า ประมาณนี้  แต่พอจะให้เป็นสัตว์เลี้ยง ก็บอกว่าไม่ได้ เพราะมันเป็นสัตว์ป่า...ตกลงไม่รู้จะเอายังไงแน่  กรณีที่ตลกไม่ออกคือ เสือโคร่ง มีองค์กรต่างๆ ทั่วโลกมาให้ความสำคัญในการอนุรักษ์เสือชนิดนี้ เพื่อไม่ให้สูญพันธุ์  แต่พอเสือเขามาใกล้เขตชุมชน ผลที่ออกมาเกือบ 100% คือความตายของเสือ โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวซะงั้น พอมีคนเพาะพันธุ์ได้เป็นล่ำเป็นสัน ก็มีหน่วยงานต่างๆ ไปรุมซะอ่วม ตกลงวัตถุประสงค์ของการอนุรักษ์นั้นเพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ หรือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มอนุรักษ์กันแน่  หากจะมาบอกว่าเขามีการขายด้วย..ในมุมมองถั่วๆ ของผม เขาดำเนินการในนามเอกชน แล้วการดำเนินการก็มีค่าใช้จ่าย ซึ่ง หากเขาไม่มีรายได้(ไม่ว่าทางตรงหรืออ้อม)จากกิจการนี้ เขาก็อยู่ไม่ได้ แล้วเขาก็ไม่ได้อ้างว่าเป็นองค์กรการกุศลที่ทำเปล่าๆ ได้ ที่สำคัยเขามีศักยภาพสูงพอที่จะดำเนินการได้ ถามว่า ถ้าห้ามเขาทำเพื่อหารายได้แล้ว มันจะมีความสำคัญอะไรที่จะให้ทำ ในขณะเดียวกัน องค์กรการกุศลต่างๆ กลับสามารถแสวงหารายได้เป็นกอบเป็นกำจากกิจกรรมทุนต่ำกำไรสูงนี้ สุดท้าย..สัตว์ก็ต้องสุยพันธุ์เพราะการอนุรักษ์แบบนี้แหละครับ

ลป. ข้อความนี้เป็นความเห็นส่วนบุคคลจากการได้สัมผัสตรงจากทุกๆ ฝ่าย  และสาระดังกล่าวไม่มีประเด็นอ้างอิงที่เกี่ยวข้องกับต้นกระทู้ แต่อย่างใด
knotsnake approve [ 21 พ.ค. 2550 13:45:18 ]
ความคิดเห็นที่: 17
คือประเด็นหลักๆ ในที่นี้คือคนๆ นี้"เขาสวมหมวกสองใบครับ  และสิ่งที่เขาทำมันขัดแย้งกับตัวเขาเองในอีกหมวกหนึ่ง"  และทำให้เขาต้องกำจัดคนที่คิดต่างกับเขาในอีกหมวกหนึ่ง(อ.สุรพล ดวงแข) ไปให้พ้นทาง งานนี้ต้องลองติดตามอ่านในข่าวจากที่ต่างๆ ดูครับ กระทู้เดิมในพันทิพย์ก็พอมีบอกอยู่ ธุรกิจที่เขาทำนี้มันคือซื้อขายสัตว์ป่าไงครับ ดังนั้นจึงต้องดูที่มาที่ไปว่าเค้าทำในเชิงอนุรักษ์หรือเชิงค้าขายเป็นหลัก และที่มาของสัตว์ แต่ละตัวก็ต้องตรวจสอบเพราะมันเป็นการซื้อขายสัตว์ที่ไม่ใช่ชนิดที่commonเท่าใดนัก ส่วนนึงผมก็เข้าใจพี่น็อทในเรื่องข้อกฎหมายสัตว์ป่าคุ้มครองที่ว่า ถ้าห้ามแตะมันก็สูญพันธุ์  แต่ปัจจุบันเรายังไม่มีกฎหมายที่จะคุ้มครองการแตะนั้นให้รัดกุมพอจะกันพวกขบวนการค้าสัตว์ป่าออกไปจากกระบวนการนี้ ผมจึงเห็นว่า สำคัญที่สุดคือการร่างกฎหมายสัตว์ป่าใหม่โดยคนที่แนวคิดแบบพี่Knotแหล่ะครับ
ปล. แนวคิดการอนุรักษ์ให้ครบวงจรยังถูกจำกัดไว้ด้วยเรื่องผลประโยชน์ และความหายากของสัตว์ แต่ละชนิดแล้วมีวิธีการใดที่เราจะนำแนวคิดที่เป็นจริงได้ไปใส่เอาไว้ในตัวบทกฎหมายได้ล่ะ แล้วถึงใส่ได้จะมีใครปฏิบัติตามได้ ยังคงเป็นปัญหาในบ้านเราอีกยาวไกลให้ทุกๆ คนได้ช่วยกันขบคิด
Alakazum approve [ 21 พ.ค. 2550 16:24:45 ]
ความคิดเห็นที่: 18
ที่จริงก็ไม่ได้ขัดแย้งอะไรหรอก  แต่ผมมองในกรณีอื่นๆ ด้วย เพราะเกรงว่าจะเอาคำตอบที่ใช้กับกรณีนี้เป็นบรรทัดฐานกับกรณีอื่นๆ  เช่น ผมเลี้ยงปลากัดในโอ่ง มันก็แคบกว่าทุ่งนากันเห็นๆ   เลี้ยงหมาในรั้วบ้านก็เล็กกว่าทุ่งหญ้าป่าสนอันเป็นถิ่นกำเนิดของมัน แล้วมาให้กินอาหารเม็ด ซึ่ง เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสัตว์กันเห็นๆ   แน่นอน..สัตว์เหล่านี้มีรากเหง้าจากสัตว์ป่า

นอกจากประเด็นหมวก 2 ใบแล้ว ยังมีกรณีที่เลวร้ายกว่าที่คิดกันไว้อีกครับ เหอๆๆๆๆ   แต่ผมก็เห็นว่าแค่ที่คนเขารู้ๆ กันอยู่ก็เพียงพอแล้ว เลยไม่จำเป็นต้องตอกย้ำอะไรอีก( แต่หลายๆ คนในนี้ก็จะพอทราบกันแล้ว)
knotsnake approve [ 21 พ.ค. 2550 17:19:08 ]
ความคิดเห็นที่: 19
คนในนั้นก็น่าจะด่าเรื่องที่เค้าไปทำอะไรเรื่องหมวก2ใบซะ
ไม่รู้เอามาโยงเลี้ยงไม่ดี เหม็น ราคาอาหารแพง เพื่อค้าขายสัตว์ในร้านไปทำแมวน้ำอะไร
แต่นี่มั่วไปหมด
cheetah approve [ 21 พ.ค. 2550 20:36:30 ]
ความคิดเห็นที่: 20
ดูเจตนาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ด้านพฤติกรรม ทัศนคติ และวีรกรรมที่ทำไว้กับสัตว์ป่าของนายคนนี้ไม่ขอออกความเห็นละกัน เบื่อ

รู้แค่ว่า  การอธรรมต่อสัตว์ป่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ  ก็ตาม เช่น การฟอกสัตว์ ค้าสัตว์นอกระบบ ในระดับที่เรียกได้ว่าทำกันเป็นอุตสาหกรรม เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือกลุ่มบุคคล โดยเอาคำว่า การอนุรักษ์ มาอ้าง มันอัปยศ
B-Herp approve [ 22 พ.ค. 2550 10:05:26 ]
ความคิดเห็นที่: 21
ไม่อยากจะให้ความเห็นซ้ำใน web เดียวกันเลย แต่ก็ต้องขอแจมอีกครั้ง เพราะมันตรงประเด็นกว่า
ไม่พูดถึงคนที่เป็นเป็นข่าวหลอกน๊ะ เพราะรู้มานานแล้วว่าเป็นพวกตีสองหน้า ว่าเป็นพ่อค้าในคราบนักอนุรักษ์

แต่เอาเป็นว่า เลี้ยงสัตว์ป่าได้แล้วยังไง ไม่เลี้ยงสัตว์ป่าแล้วยังไง เลี้ยงไปทำไม
ที่ผ่านมามนุษย์เราก็เอาสัตว์ป่ามาเลี้ยงมากมาย จนได้ หมู หมา กาไก่ ช้าง ม้า วัวควาย นกเขา นกกงหัวจุด
หงหยก พิราป ปลาช่อน ปลาดุก ปลาเงินปลาทอง หางนกยูง ปลากัด อีกหลากชนิดตั้งมากมาย
แต่เดินก็มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนตามความจำเป็น ไว้เป็นเพื่อน เฝ้าบ้าน ระวังภัย พาหนะ อาหาร สัตว์เหล้านี้ร้อยปีพันปีผ่านไป ก็คลายความเถือนไปหมดสิ้น เราก็ปล่อยมันอย่างเสรี ไม่ได้กักขัง แต่อย่างใด จะมีก็ แต่ไล่ต้อนไปเข้าคอกเข้าเล้าเข้าบ้าน ยกเว้นบางชนิดที่ปล่อยไม่ได้ (ไม่รู้ทำไม) อย่างช้าง นก ปลา  ถ้ารักจริงเชื่องจริงก็ลองปล่อยดูบ้างน๊ะ

ทำไมสัตว์พวกนึงปล่อยได้ อีกพวกปล่อยไม่ได้ ทั้งที่เราเลี้ยงมันจนเชื่องมือเหมือนกัน ไปคิดดูเอาเอง

ทำไมปลากัดตัวยาวตั้ง 4-5 เซน ถึงอยากอยู่ในขวดเหล้าแบนกว้างแค่ 3 เซน ผมมีความสุขดีแล้วครับ อิ่มดีแล้วครับ ไม่ต้องการครบกับเพื่อนขวดข้างๆ หรอกครับเหม็นขี้หน้ามัน ขออยู่ตัวเดียวดีกว่า งั้นหรือ จริงหรือ แล้วเวลาอยากได้ลูกปลาทำไมเอามันไปไว้ในอ่างใหญ่ล่ะ ก็เพื่อให้มันรู้สึกถึงอิสระเสรี จะได้มีอารมณ์วาดลวดลายเต็มที่ จีบแม่น้องขาวอวบให้น้องนางพอใจ ยอมให้กอดรัดฟัดเหวี่ยงจนเสร็จสมอารมณ์หมาย
ได้ลูกน้อยกรอยใจมาอุ้มชูหนึ่งคอก ตรงกันข้าม ถ้าจับแม่ขาวอวบยัดใส่ลงไปในขวดพ่อกระทิงเปลี่ยว สามอาทิตย์ไปแล้วก็ยังไม่เห็นผล เห็น แต่ซีโครงแม่สาวน้อย เพราะว่ายหนีหัวซุกหัวซุน ไม่มีเวลาจะกินจะนอน ไม่มีอารมณ์จะให้ไข่หลอก
ธรรมชาติของสัตว์ต้องการ space  และenvilonment ที่เหมาะสมจึงจะแสดงธรรมชาติที่แท้จริงของมันออกมาได้ ดังนั้นไอ้ตัวที่ยัดมันไว้ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ  มันจะสุข อิ่ม แข็งแรง กระนั้นหรือ ขี้ก็ตรงนั้น เยี่ยวก็ตรงนั้น กิน นอน ก็ตรงนั้นอีก อาหารก็สองสามอย่างเดิมๆ  ไม่มีโอกาสได้กิน MK ,Pissa,Mc.แก้เซ็งเหมือนอย่างเราๆ ท่านๆ  จะ happy ยังไง พ่อแสงไฟเทียม

ไปต่อกันที่อีกด้านเรื่องการเลี้ยงสัตว์ป่า ขอมองในสองแง่สองง่ามดังนี้แล้วกัน copy มาจากแถวๆ นี้ ดึกมากแล้ว

1. การเลี้ยงเพราะ ความสงสาร ต้องการช่วยชีวิต (อย่าที่ จขกท กำลังจะทำ) ปกป้องเผ่าพันธ์ที่ไม่แข็งแรง เกรงจะสูญหายตายจากไปจากโลก ซึ่ง จะไม่ขออธิบายต่อน๊ะ น่าจะรู้ได้เอง

2. การเลี้ยงเพราะหื่นกระหายทางอารมณ์ และเงินตรา

หื่นกระหายจนต้องอยากได้ใครมีไว้ในครอบครองสัตว์ ที่ไม่เหมือนคนอื่น แปลกใหม่ อวดบุญวาสนาบารมี ทั้งบารมีทางอำนาจ  และทางวิชาการ

หื่นกระหายที่จะได้ทดลองเลี้ยงสัตว์แปลกใหม่ก่อนใคร ขายสัตว์ที่ไม่มีในร้านอื่นๆ  ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ

หื่นกระหายที่จะได้เห็นสิ่งที่เคยเห็นในเอกสาร ในวีดิโอ ได้ iden. กับตา ของนักวิชาการร้อนวิชาทั้งหลาย จริงม๊ะ น้องๆ   ใครไม่เคยไปจตุจักร ยกมือขึ้นดิ ผมไม่ได้ไปนานมากแล้วไม่รู้มีอะไรใหม่บ้าง

หื่นกระหายเพราะหลงคิดว่าได้มีส่วนในการอนุรักษ์  แต่แท้ที่จริงแล้วก็เพื่อการอยู่รอด และเติบโตต่อไปของธุรกิจ zoo , aquarium , pedshop ของตนเอง และเครือข่าย แล้วเอามาเป็นข้ออ้างว่าตัวเองเพราะพันธ์ได้มาก จำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยนสัตว์ระหว่างกันเพื่อประโยนช์ทางวิชาการ วิจัย แล้วผลักดันให้เกิดรูโหว่ทางกฏหมายระหว่างประเทศให้กระทำได้ จนนำไปสู่การได้สัตว์ป่าเข้า zoo โดยไม่สนใจว่า จะเป็นแมวสีขาวหรือสีดำ ของให้จับหนูได้เป็นพอ ก็เลยมีธุรกิจเครือข่ายสีดำที่มโหลาน ทำหน้าที่ลักลอบขนส่งสัตว์ป่าสัตว์น้ำให้กับ zoo เหล่านี้
จำเรื่องราวของ exotic เหล่านี้ด้ไหม ปิรันญ่า NEMO กระซู่ นาคหญ้า อุรังอุตัง กิ้งก่าเขียว แฟรมมิงโก้ หรือแม้ แต่ ลิ่ม พิดจะริว งูสิงงูเห่าในกล่องตะพาบไต้หวัน อุ้งตีนหมีน้ำแดง มันมาจากการเพราะเลี้ยงที่เป็นมิตรกับสัตว์ป่ากะนั้นหรือ  ไม่อยากเล่าเรื่องการตายหมู่ของแฟรมมิงโก้ ที่ไม่มีใครรู้มาก่อน ให้หดหู่ใจเลย อาจจะเกิดขึ้นสมัยที่คนที่ถูกกล่าวหาในพันทิพ เป็น ผอ.สวนสัตว์ ด้วย

หื่นกระหายเพราะความไม่รู้  แต่มันแปลกดี น่ารัก เท่ คุกขุ อยากได้ ที่สุดก็ เขลา หลงซื้อไปเลี้ยง ทั้งๆ ที่ไม่เคยเลี้ยงแม้ แต่หมาแมวที่บ้านยังไมเคยเลี้ยงดูมันอย่างดีเลย สุดท้ายก็ ตายกับมือ หมาแมวฟัดตาย หลุดหนีไปได้ เบื่อแล้วแอบไปปล่อยทิ้งดีกว่า กว่าจะมาเป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่เจ้าของภูมิอกภูมิใจอวดแท่กับคนอื่นได้ ต้องไปหามาเลี้ยงใหม่กี่ครั้งละ น้อง knotsnake ลองย้อนนึกถึงตอนเด็กให้ดีซิ ทำตายมากี่ตัวแล้ว ผมเป็นเด็กมาก่อนคุณแน่นอน  และก็เป็นนักวิชาการที่คิดแบบคุณมาก่อนเช่นกัน ฮึฮึ
ใบไม้ร่วง [ 29 พ.ค. 2550 05:01:45 ]
forest_mail@csloxinfo.com
ความคิดเห็นที่: 22
ก็หื่นกระหายอ่ะดิ ทำไมเหรอ? หรือว่ามีใครบรรลุอรหันต์แล้วบ้างหือ?
พวกที่ฝันถึงโลกIdeal มากๆ   ก็อยากให้กฏหมายออกมาในลักษณะ Ideal สุดท้ายมันก็ไม่มีทางเป็นจริงๆ ได้ เพราะมันเอา แต่ฝันอยู่บนหอคอยงัย!

แล้วพวกที่อ้างว่าสัตว์บางชนิดไม่มีวันเชื่องได้(อ้างกรณีปล่อยไม่ได้ ปล่อยแล้วหนี?) ดังนั้นการที่มันอยู่ในที่เลี้ยงจึงถือว่าเป็นการทรมาน? แล้วจะอธิบายยังไง กรณีที่สัตว์นั้นสืบพันธุ์ในที่เลี้ยงได้?  ถ้ามันเครียดหรือทรมานจริงๆ คงไม่มีทางผสมพันธุ์หรือเลี้ยงลูกในกรงได้หรอก
...แก้ไขเมื่อ 02 ธ.ค. 2550 13:40:38
snakeeater approve [ 02 ธ.ค. 2550 09:51:39 ]

- ปิดกระทู้ -

www.siamensis.org - Thailand Fish & Nature Explorer
An independent non-profit group
Established 2001
 All Rights Reserved 2001-2010 ©siamensis.org