กระทู้-08016 : เทวปกรณัมกับตำนานหอย

Home » Board » อื่นๆ

เทวปกรณัมกับตำนานหอย

คราวนี้คนแก่ขอมานำเสนอเรื่องราวของหอยกับ "ปกรณัม" กันบ้าง  หลายคนอาจจะงง กับคำว่า ปกรณ์ หรือ ปกรณัม คืออะไร ปกรณ์ คือ เรื่องเล่ากล่าวขานกันต่อๆ  มา ถ้าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้า ก็เรียกว่า เทวปกรณัมขอรับ คนแก่ใคร่ขอนำเสนอเรื่องราวของหอยกับปกรณัม สักเล็กน้อยตามความรู้อันน้อยนิดที่คนแก่มี มาให้ท่านๆ  ได้สดับรับชมกันขอรับ
หอยทากชรา approve [ 19 ก.ค. 2550 08:11:45 ]
OthersPics_reply_36114.jpg
ความคิดเห็นที่: 1
เริ่มจาก หอยสังข์อินเดีย (Indian Chank : Turbinella pyrum)
     สังข์เป็นหอยอีกชนิดหนึ่งที่มีความเกี่ยวพันกับขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ  ที่เป็นมงคลของไทย   ที่เห็นบ่อยๆ  ได้แก่ การรดน้ำสังข์ในงาน แต่งงาน หรือในงานพระราชพิธีต่างๆ  ที่มีการอัญเชิญพระสังข์  พระมหาสังข์องค์ต่างๆ  เข้าประกอบพิธี เช่นพิธีโสกัณฑ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก หรือแม้กระทั่งที่ผ่านมาในงานพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของในหลวงเรา ก็คงจะได้เห็นภาพที่พระราชครูวามเทพมุนี ถวายน้ำพระมหาสังข์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย หรือแม้ในพงศาวดารหลายเรื่อง ก็มีการกล่าวถึงหอยสังข์ เช่น การใช้เปลือกหอยสังข์มาทำเป็นผังเมืองสำหรับสร้างเมืองหริภุญไชย หรือที่กล่าวไว้ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ในตอนสร้างกรุงศรีอยุทธยา ในปี พ.ศ. 1893 พระเจ้าอู่ทอง (สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1) ทรงเห็นว่าทำเลบริเวณหนองโสนอยู่ในชัยภูมิที่เหมาะสม มีคูคลองล้อมรอบ จึงมีรับสั่งให้ชีพ่อพราหมณ์ตั้งพิธีกลบบาตสุมเพลิง จากนั้นจึงให้พนักงานขุดดินโดยรอบเพื่อเตรียมสร้างพระราชวัง  และได้พบสังข์ทักษิณาวรรตสีขาวบริสุทธิ์ใต้ต้นหมันหนึ่งขอน อ้อ ลืมบอกไปขอรับ คำลักษณะนามที่ใช้เรียก “สังข์” นั้น เขาเรียกกันเป็น “ขอน” เดี๋ยวจะเข้าใจว่าเป็นขอนของต้นหมันไป  ทรงถือเป็นศุภนิมิตร ทรงโปรดให้ปราสาทขึ้นเพื่อประดิษฐานสังข์ทักขินาวัฎขอนดังกล่าว ในปัจจุบันจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังคงรูปสังข์ทักษิณาวรรตประดิษฐานอยู่ในพานทองใต้ต้นหมันเป็นตราประจำจังหวัด นอกจากนี้ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ก็ปรากฏว่ามีแขกคนหนึ่งชื่อนักกุดาสระวะสี ได้นำมหาสังข์ทักษิณาวรรตมาถวายเป็นคนแรก จึงทรงพระกรุณาโปรดตั้งให้เป็นขุนนางมียศเป็นหลวงสนิทภูบาล
หอยทากชรา approve [ 19 ก.ค. 2550 08:18:24 ]
OthersPics_reply_36115.gif
ความคิดเห็นที่: 2
เรื่องราวที่เล่าขานมานี้ล้วน แต่แสดงให้เห็นว่าสังข์มีความเกี่ยวพันกับคนไทยมานานแล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องใช้สังข์หลั่งน้ำในงานมงคลต่างๆ  หรือเข้าประกอบในงานมงคลต่างๆ  นั้น เรื่องนี้มีที่มาขอรับ เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อครั้งพระอิศวรสร้างเขาพระสุเมรุแล้ว พระองค์ก็มีประกาศิตให้พระพรหมธาดาขึ้นไปอยู่ในพรหมโลก ให้เป็นใหญ่กว่าพรหมทั้งหลาย ในครั้งนั้นบรรดาพรหมที่มีจิตใจริษยาต่างก็ไม่พอใจ ก็เลยจุติลงมาเป็นสังข์อสูรอยู่ใต้เขาพระสุเมรุ ครั้งนั้นพระพรหมธาดาได้นำเอาคัมภีร์มาถวายพระอิศวร เมื่อมาถึงที่อยู่ของสังข์อสูรก็เกิดอาการร้อนรุ่มอยากสรงน้ำ จึงได้วางคัมภีร์ไว้ริมฝั่งแล้วเสด็จลงน้ำ ฝ่ายสังข์อสูรเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงได้ให้ผีเสื้อน้ำไปลักเอาคัมภีร์นั้นมา แล้วก็กลืนเข้าไว้ในท้องทั้งหมด ฝ่ายองค์พรหมเมื่อขึ้นมาจากน้ำไม่เห็นคัมภีร์ จึงรีบไปเข้าเฝ้าพระอิศวรทูลเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทรงทราบ เมื่อพระศิวะเจ้าเข้าฌานก็ทราบถึงสาเหตุ จึงได้เชิญพระนารายณ์มา  และให้เป็นธุระในการนำเอาพระคัมภีร์กลับมา พระนารายณ์จึงได้แปลงกายเป็นปลากรายทอง นามว่า มัจฉาวตาร ไล่ล่าสังหารผีเสื้อน้ำ  และเข้าโรมรันกับสังข์อสูรเป็นสามารถ ในที่สุดก็เอาชนะสังข์อสูรได้ แล้วสำแดงองค์คืนร่างเป็นพระสี่กร ยื่นพระหัตถ์เข้าไปในปากสังข์อสูร เพื่อหยิบเอาพระคัมภีร์ บางตำนานก็ว่า ทรงแหวกปากของสังข์อสูรออก ทำให้หอยสังข์ในปัจจุบันมีรอยนิ้วของพระนารายณ์ปรากฏอยู่จนทุกวันนี้ จากนั้นพระสี่กรจึงสาปสังข์อสูรว่า สังข์อสูรเป็นพรหมมาจุติ  และกลืนคัมภีร์พระเวทย์เข้าไว้ อีกทั้งยังมีรอยนิ้วพระหัตถ์แห่งพระองค์ปรากฏอยู่ด้วย นับว่าเป็นมงคล ดังนั้น ถ้าผู้ใดจะทำการมงคลพิธีในภายภาคหน้าก็จงเอาสังข์เข้าอยู่ในพิธีนั้น ผู้ใดรดน้ำในอุทรสังข์ก็ให้เป็นมงคลกันอุบาทว์เสนียดจัญไร หรือเป่าก็ให้เป็นมงคลไปจนสุดเสียงสังข์ ครั้นสาปแล้วพระนารายณ์ก็นำคัมภีร์ไปถวายพระอิศวร  และเสด็จกลับเกษียรสมุทร ตั้ง แต่นั้นเป็นต้นมา พราหมณ์จึงถือว่าหอยสังข์ที่ปากมีริ้ว 2-4 ริ้ว อันเกิดจากนิ้วพระหัตถ์ของพระสี่กรปรากฏอยู่นั้นเป็นสังข์สำคัญ
 ภาพที่นำมาแสดงเป็นภาพตอนพิธีบรมราชาภิเษก ในหลวงรัชกาลปัจจุบันขอรับ
หอยทากชรา approve [ 19 ก.ค. 2550 08:30:41 ]
OthersPics_reply_36116.jpg
ความคิดเห็นที่: 3
อีกตำนานหนึ่ง ซึ่ง มีที่มาจากทางคชศาสตร์ โดยเกี่ยวพันกับเทพเจ้าแห่งช้างที่สำคัญสององค์ คือ “พระพิฆเนศ”  และ “พระโกญจนาเนศวร” สำหรับพระพิฆเนศนั้น เชื่อว่าหลายท่านคงรู้จักดี แล้วขออนุญาตไม่เล่าในที่นี้ขอรับ  ถ้าอยากทราบประวัติของท่าน สามารถหาอ่านได้ในหนังสือ“อมนุษยนิยาย” ของ ส พลายน้อย ได้ขอรับ  แต่เทพอีกองค์คือ พระโกญจนาเนศวร นั้นมีพระนามปรากฏอยู่เฉพาะในตำราคชลักษณ์ ตามตำนานกล่าวว่า ในไตรดายุค พระนารายณ์ทรงกระทำเทวฤทธิ์ให้เกิดดอกบัวผุดขึ้นจากอุทร ดอกบัวดอกนั้นมีแปดกลีบ มีเกสร 172 เกสร แล้วนำไปถวายพระอิศวร ซึ่ง องค์เทวะเจ้าได้แบ่งเกสรดอกบัวออกเป็นสี่ส่วน หนึ่งส่วนเป็นขององค์ศิวะเจ้าเอง หนึ่งส่วนขององค์พรหมา ส่วนหนึ่งเป็นของพระวิษณุ  และส่วนที่สี่ให้แก่พระอัคนี เพื่อให้เทวะ แต่ลงองค์ทรงบันดาลให้เกิดช้างสี่ตระกูล คือ อิศวรพงศ์, พรหมพงศ์, วิษณุพงศ์  และอัคนิพงศ์ แล้วจึงสร้างพระเวทสี่ประการ ไว้ให้สำหรับชนทั้งหลายจะได้ปราบช้างทั้งสี่ตระกูลในโลก พระผู้ทรงจันทเศขร ทรงประสาทพรให้พระเพลิงกระทำเทวฤทธิ์ให้บังเกิดเปลวเพลิงออกจากช่องพระกรรณทั้งสอง  และท่ามกลางเปลวเพลิงทางด้านขวา บังเกิดเป็นเทวกุมารองค์หนึ่ง มีพระพักตร์เป็นช้าง พระกรขวาทรงตรีศูล พระกรซ้ายทรงดอกบัว มีอุรเคนทร์ (พญานาค) เป็นสังวาล นั่งชาณุมณฑล อยู่เบื้องขวาพระผู้เป็นเจ้าทั้งสาม ทรงพระนามว่า “ศิวบุตรพิฆเนศวร” ส่วนเบื้องซ้ายบังเกิดเป็นเทวกุมาร มีพระพักตร์เป็นช้างสามเศียร มีหกพระกร ทรงพระนาม “โกญจนาเนศวร” ทรงบันดาลให้เกิดเป็นช้างเอราวัณ ช้างเผือกผู้มี 33 เศียร อีกพระกรหนึ่ง บังเกิดช้างคิรีเมขละไตรดายุค ช้างเผือกผู้สามเศียร ช้างทั้งสองถือเป็น “เทพยานฤทธิ์” ซึ่ง พระเป็นเจ้าทั้งสามประสาทพรไว้ให้เป็นเทพพาหนะขององค์อมรินทร์ พระกรอีกสองกรของพระโกญจนาเนศวร เกิดเป็นช้างเผือกซึ่ง จะได้อุบัติในโลก สำหรับเป็นพาหนะของกษัตริย์อันมีอภินิหารอีกข้างละสามตระกูล คือ ช้างเผือกเอก โท ตรี  และพระกรเบื้องขวาเป็นพลาย อีกสองพระกรบังเกิดเป็น “สังข์ทักษิณาวรรต” เบื้องขวา “สังข์อุตราวัฏ” เบื้องซ้าย ยืนอยู่เหนือกระพองศรีษะช้างเจ็ดเศียร บรรดาหมอช้างทั้งหลายจึงไหว้บูชา พระศิวบุตรพิฆเนศวร และพระโกญจนาเนศวร ด้วยเหตุนี้พระศิวบุตรทั้งสองก็ประจำอยู่ในโลกจนสิ้นภัทรกัปหนึ่ง ช้างเผือกทั้งสามตระกูล  และสังข์สองตระกูล จึงเป็นของมงคล เพราะเกิดจากกลางฝ่ามือของพระโกญจนาเนศวรศิวบุตรนั่นเอง ความเชื่อดังกล่าวทำให้การขึ้นระวางสมโภชช้างสำคัญในทุกรัชกาล จะทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์ทักขิณาวัฏเหนือศีรษะช้างสำคัญ อันเป็นพิธีใหญ่ และสำคัญมาก เทียบเท่าพระเจ้าลูกยาเธอชั้นเจ้าฟ้าเชียวนะขอรับ

   ภาพที่แสดงเป็นภาพพระโกญจนาเนศวรขอรับ
หอยทากชรา approve [ 19 ก.ค. 2550 08:34:10 ]
OthersPics_reply_36117.jpg
ความคิดเห็นที่: 4
เทวปกรณัมที่เล่ามา หลายคนอาจจะสงสัย พระสังข์ทักษิณาวรรต หรือ ถ้าแปลเป็นภาษาง่ายๆ  จะแปลว่าหอยเวียนขวา ส่วนพระสังข์อุตราวัฏ หรือหอยเวียนซ้ายนั้น จะดูอย่างไร ว่าสังข์ขอนไหนที่เป็นเวียนขวา หรือว่าเวียนซ้าย  ก่อนอื่นเราคงต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนนะขอรับ ว่าการดูว่าเปลือกหอยเปลือกไหน เวียนขวาหรือว่าเวียนซ้ายนั้น มีการมองอยู่สองแบบ แบบหนึ่งเป็นไปตามหลักการทางด้านสังขวิทยา ส่วนอีกแบบเป็นไปตามคติของพราหมณ์ เราลองมาเปรียบเทียบทั้งสองแบบดูนะขอรับ เอาแบบทางด้านสังขวิทยาก่อนแล้วกันนะขอรับ  ถ้าตอนนี้ใครมีเปลือกหอยทะเลในมือ (ขอเป็นหอยฝาเดียวนะขอรับ หอยสองฝาเดี๋ยว ไว้มีเวลากระผมค่อยบอกว่าดูยังไงเป็นฝาซ้ายหรือว่าฝาขวา) ทีนี้ลองยกเปลือกหอยขึ้นมาดูนะขอรับ ให้เอาด้านที่เป็นปลายแหลมชี้ขึ้นข้างบน แล้วหันเอาด้านที่เป็นปากเปิด (aperture) หันเข้าหาตัว ถูกต้องแล้วขอรับ ทีนี้ให้สังเกตด้านปากเปิด  ถ้าปากเปิดอยู่ด้านขวามือเรา แสดงว่าเป็นหอยเวียนขวา (right-hand coiling : Dextral)  แต่ ถ้าปากเปิดอยู่ด้านซ้ายก็เป็นหอยเวียนซ้าย (left-hand coiling : Sinistral) ขอรับ ซึ่ง ในหอยทะเล 99.99 % เป็นหอยเวียนขวา  และ 0.01 % เป็นหอยเวียนซ้าย เอาล่ะขอรับทีนี้เรามาลองดูการขดวนของหอยแบบทางคติพราหมณ์บ้างขอรับ  ในทางพราหมณ์นั้น เขาไม่ได้มองการขดวนเหมือนทางวิชาการ  แต่ดูจากเวลาใช้สังข์รดน้ำ ลองนึกภาพตอนที่เรารดน้ำสังข์ในงาน แต่งงานสิขอรับ เราทำอย่างไร เราจะหันเอาด้านปลายแหลมเข้าหาตัว แล้วก็เอาด้านที่เป็นช่องที่ใส่น้ำออกจากตัวใช้ไหมขอรับ ในกรณีนี้ ถ้าปากเปิด หรือช่องที่ใช้รดน้ำนั่นแหละขอรับ อยู่ทางด้านซ้ายมือเรา ก็จะเรียกว่า หอยเวียนซ้าย หรือสังข์อุตราวรรต  แต่ ถ้าปากเปิดอยู่ทางด้านซ้ายมือ ก็จะเป็นหอยเวียนขวา หรือสังข์ทักขิณาวรรต ทีนี้เอาใหม่นะขอรับ เราลองเอาสังข์อุตราวรรต มาดูการขดวนแบบทางวิชาการดู สังเกตเห็นอะไรไหมขอรับ ใช่แล้วขอรับ สังข์อุตราวัฏก็จะกลายเป็นหอยเวียนขวาในทางวิชาการ  และในทำนองเดียวกัน สังข์ทักขิณาวรรต ก็จะกลายเป็นหอยเวียนซ้าย เพราะฉะนั้นอย่าได้สับสนนะขอรับ ให้เข้าใจว่า  ถ้าพูดถึงสังข์ หรือพระมหาสังข์ทักษิณาวรรตแล้วล่ะก็จะหมายถึงหอยที่มีการขดวนของเปลือกเป็นแบบเวียนซ้าย ส่วนสังข์หรือพระสังข์อุตราวัฏจะหมายถึงหอยที่มีการขดวนของเปลือกเป็นแบบเวียนขวาขอรับ ขออนุญาตนอกเรื่องสักนิดขอรับ ในประเทศอินเดีย เราคงทราบดีอยู่แล้วว่ามีการปกครองแบบแบ่งวรรณะ (varna) ต่างๆ  สี่วรรณะ เชื่อหรือไม่ขอรับว่า แม้ แต่สังข์เองก็ยังแบ่งออกเป็นสีในการใช้ตามวรรณะด้วยเช่นกัน โดย วรรณะพราหมณ์ ใช้สังข์สีขาว วรรณะกษัตริย์ ใช้สังข์สีแดงหรือสีน้ำตาล หรือชมพู วรรณไวศยะ ซึ่ง ได้แก่ คหบดี หรือพ่อค้า ใช้สังข์สีเหลือง  และวรรณะสุดท้ายคือ ศูทร ได้แก่ ชาวไร่ ชาวนา ผู้ใช้แรงงาน ใช้สังข์สีเทา หรือสีดำ ขอรับ

   เพื่อความเข้าใจง่ายๆ  เลยเอารูปมาลงให้ดูอีกทีขอรับ
หอยทากชรา approve [ 19 ก.ค. 2550 08:36:43 ]
OthersPics_reply_36118.jpg
ความคิดเห็นที่: 5
เรื่องของสังข์นี่ ถ้าจะให้เล่ากันล่ะก็คงเล่าได้ไม่รู้จบ เอาเป็นว่าเราพอจะสรุปได้ว่า วิถีชีวิตคนไทยเราผูกพันกับสังข์มานาน  และแม้ แต่ในปัจจุบันก็ยังมีพิธีกรรมต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องกับสังข์ ดังเช่นงานพระราชพิธีต่างๆ  ที่กล่าวถึงในตอนต้น  และสำหรับเราเหล่าสามัญชนแล้วล่ะก็ที่ยังเห็นได้บ่อยๆ  คือการรดน้ำสังข์ในงาน แต่งงานนั่นเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นล้วน แต่มาจากคติความเชื่อที่ว่า สังข์เป็นของมงคล  และน้ำที่หลั่งจากสังข์ช่วยปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกไปได้ พอพูดถึงเรื่องนี้คนแก่เองก็อยากทราบเหมือนกันว่า คนกรุงเทพฯ เรานี่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่า หอยสังข์อุตราวัฎสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ ใน “สวนรมณีนาถ” ซึ่ง สร้างในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษานั้น ภายในสังข์นั้นบรรจุแผ่นยันต์มหาโสฬสมงคล  และองค์สังข์จริง ซึ่ง ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานไว้ในสังข์สำริด ทำให้น้ำพุที่ไหลผ่านกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย   ถ้าจะให้เล่าเรื่องสังข์แล้วล่ะก็มีเรื่องราวให้กล่าวขานกันอีกมากมาย  แต่เอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน ไว้มีเวลาค่อยมาว่ากันใหม่ขอรับ  

   กระผมเอาภาพหอยสังข์ที่ยังมี periostracum มาให้ยลขอรับ

    ถ้าไม่ลืมคราวหน้าจะเอาเรื่องชื่อสกุลของหมึกงวงช้างกระดาษ Argonauta มาเล่าให้ฟังว่า มีที่มาอย่างไร  แต่ ถ้าลืม รบกวนเตือนคนแก่ด้วยขอรับ หมู่นี้ชักเลอะเลือน ลืมบ่อยขอรับ แก่แล้วก็อย่างนี้แล -_-"
หอยทากชรา approve [ 19 ก.ค. 2550 08:41:39 ]
ความคิดเห็นที่: 6
โอ้โฮ..ยอดเยี่ยม  ได้ความรู้เยอะเลยฮะคุณหอยทากชรา
mim4042 approve [ 19 ก.ค. 2550 08:58:07 ]
ความคิดเห็นที่: 7
ความเป็นไทย กับสิ่งที่ลูกหลานลืม สุดยอดครับ
ฉลามเสือ approve [ 19 ก.ค. 2550 08:59:34 ]
ความคิดเห็นที่: 8
เรียนถามลุงหอยสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ อิฉันก็จำมิได้ว่าเคยถามไปแล้วหรือยัง อันว่าสีของหอย (อย่าผวนเชียวนะเจ้าคะ) ที่ใช้แตกต่างกันใน แต่ละวรรณะนั้น เป็นหอยชนิดเดียวกัน ฤาว่าเป็นเพียงแค่ variation ฤาหมายถึงสีที่มนุษย์แต้มเข้าไปทีหลังเจ้าคะ
ampelisciphotis approve [ 19 ก.ค. 2550 09:59:06 ]
ความคิดเห็นที่: 9
ขอบคุณครับ
Jocosus approve [ 19 ก.ค. 2550 10:12:15 ]
OthersPics_reply_36134.jpg
ความคิดเห็นที่: 10
เรียน ampelisciphotis น้องท่าน อันปัญหานี่ตัวเราเองก็เฝ้าเพียรหาคำตอบอยู่ เพราะเคยได้ยิน แต่เขากล่าวเล่าขาน หาภาพมายลก็มี แต่สีขาว ชะรอยต้องไปอินเดียสักคราเพื่อหาคำตอบ ไว้มีข้อมูลที่เชื่อถือได้มายืนยันเมื่อใด เราจักรีบบอกโดยเร็วพลัน
   ไหนๆ  ก็เข้ามาแล้ว ใคร่นำเสนอหอยสังข์เวียนซ้าย ที่มักจะหลอกขายคนที่อยากซื้อสังข์ทักขิณาวัฏ ทาง net หรือนายหน้าบ่อยๆ  หอยชนิดนี้เวียนซ้าย (sinistral) เป็นปกติใน species คนที่ไม่รู้ก็คิดว่าได้สังข์ทักษิณาวัตรของแท้ไป ใครอยากได้สังข์ทักษิณาวัตรไว้ครอบครองก็จุ่งดูให้ดีนะขอรับ มีคำกล่าวไว้ว่า พระมหาสังข์จักเลือกผู้เป็นเจ้าของเอง  ถ้าท่านมีวาสนาคงได้ไว้ครองสักขอนหนึ่งกระมัง หึ หึ
หอยทากชรา approve [ 19 ก.ค. 2550 10:25:59 ]
ความคิดเห็นที่: 11
ขอบคุณลุงหอยทาก (ขออนุญาติเรียกชื่อแบบนี้นะครับ) สำหรับเรื่องดีๆ
โดยส่วนตัว..ผมคิดว่าหอยเวียนซ้ายน่าจะจับถนัดมือมากกว่านะครับ เพราะผมถนัดมือขวาเช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่

และยังมีข้อสงสัยจะถามลุงหอยทาก เกี่ยวกับลักษณะนามที่เรียกหอยสังข์ว่า "ขอน"  แต่ ถ้าเป็นหอยสังข์ที่ใช้ในราชพิธีต่างๆ  นี่จะเรียกว่า "ขอน"หรือ "องค์" ครับ
kasoop approve [ 19 ก.ค. 2550 10:26:07 ]
OthersPics_reply_36137.jpg
ความคิดเห็นที่: 12
ใช้คำว่า "องค์" ครับ  ถ้าเป็นสังข์ธรรมดา ถึงจะเรียกว่า ขอน ขอรับ ยิ่ง ถ้าเป็นสังข์ทักษิณาวัตรด้วย  และมีความสำคัญก็จะเรียกว่า พระมหาสังข์ เช่น พระมหาสังข์เพชรน้อย ที่รัชกาลที่ 4 ถวายเป็นพุทธบูชา แด่พระแก้วมรกต ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือ ผู้แทนพระองค์ที่ทรงโปรดเกล้าฯ  (ที่ต้องใส่ไปยาลน้อย เพราะมาจากคำเต็มที่ว่า "โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม" ขอรับ) ก็จะทรงน้ำพระแก้วมรกตก่อนเปลี่ยนเครื่องทรง ด้วยน้ำจากพระมหาสังข์องค์นี้แหละขอรับ ปัจจุบันพระมหาสังข์องค์นี้จะประดิษฐานไว้หน้าองค์พระแก้วมรกต  ถ้าใครไปวัดพระแก้ว แล้วไปนมัสการพระแก้ว ลองสังเกตสักนิดจะเห็นขอรับ (มีภาพที่พอดูได้ ซึ่ง ไอ้กระผมถ่ายเอง มาให้ชม ว่า แต่ว่าเห็นองค์พระมหาสังข์กันไหมเอ่ย หุ หุ)  แต่ในปัจจุบันจะมีพระมหาสังข์อีกองค์หนึ่ง ชื่ออะไร กระผมจำไม่ได้จริงๆ  ขอติดไว้ก่อน พรุ่งนี้จะมาบอกขอรับ ที่นำมาเข้าร่วมในการเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมจะบอกพรุ่งนี้กับ เอกสารไม่อยู่กะตัวกลัวพลาด
หอยทากชรา approve [ 19 ก.ค. 2550 10:38:32 ]
ความคิดเห็นที่: 13
ได้ความรู้มากมายเลยครับ ขอบคุณครับคุณหอยทากชรา

อ้อ ... อยากให้ช่วยขยายความเรื่อง periostracum หน่อยน่ะครับ มันมีประโยชน์อะไรกับตัวหอยหรือเปล่าครับ?
...แก้ไขเมื่อ 19 ก.ค. 2550 10:55:17
Due_n approve [ 19 ก.ค. 2550 10:45:25 ]
ความคิดเห็นที่: 14
อ่านแล้วได้ความรู้มากมาย
ชอบเรื่องเทพปกรณัมมากๆ  
ส่วนตัวบูชาพระคเนศค่ะ
ยายอ้วน approve [ 19 ก.ค. 2550 12:00:51 ]
ความคิดเห็นที่: 15
ขอบคุณสำหรับเกร็ดเทวปกรณัมดีๆ  ครับผม  อ่านแล้วได้ความรู้อีกมากเลย :)

พระมหาสังข์ อยู่บนที่รองรับหน้าพระแท่นพระแก้วมรกตหรือเปล่าครับ

ว่า แต่ "ทรงน้ำพระแก้วมรกต" นี่  เป็นอย่างไรหรือครับ
ตะพากหน้าแดง approve [ 19 ก.ค. 2550 13:41:26 ]
ความคิดเห็นที่: 16
โอ้..โห...ขนาดหอยยังใช้ในการแยกวรรณะเลยคนเรานี่ก็นะ...ได้ความรู้มากเลยครับ
kunl_bur approve [ 19 ก.ค. 2550 13:59:39 ]
ความคิดเห็นที่: 17
ีขอถามนิดนะครับ

แล้วในธรรมชาติมีแบบเวียนด้านไหนมากกว่าครับ

หรือว่าแล้ว แต่ชนิดครับ

แล้ว ถ้าผู้ล่าเลือกกินเฉพาะบางแบบล่ะครับ จะมีผลเกี่ยวกันไหมครับ

Jocosus approve [ 19 ก.ค. 2550 14:10:20 ]
ความคิดเห็นที่: 18
โทษทีขอรับ "สรงน้ำ" ครับ  มิใช่ "ทรง"  ขอบคุณที่ทักท้วงขอรับ
หอยทากชรา approve [ 19 ก.ค. 2550 14:23:22 ]
ความคิดเห็นที่: 19
ที่รู้มาบ้างไม่ละเอียดเท่านี้เลย ขอบคุณมากๆ  ครับ
คนริมรั้ว๒๕๓๔ approve [ 19 ก.ค. 2550 14:37:32 ]
ความคิดเห็นที่: 20
สุดยอดคับ หรือจะฟังจากที่ อ เล่ามาก็บ่อยแล้วก็เหอะ  แต่ก็จำได้นิดหน่อยเอง หุหุ
ปล. อ คับ proposal โดนแก้อีกนิดหน่อย คับ  และ เอสป่วยเป็นไข้เลือดออก แอดมิด อยู่ โรงบาล

จาก จิ้งเหลนเฒ่า
oldskink approve [ 19 ก.ค. 2550 16:12:05 ]
ความคิดเห็นที่: 21
ถามคุณหอกทากชราครับ  เท่าที่อ่านมาผมคิดว่าคุณหอยทากชราน่าจะสนใจเรื่องเทวปกรณัมอยู่ใช่ไหมครับ ผมอยากหาเรื่องเลห่านี้อ่าน  แต่อยากอ่านจากหนังสือประเภทที่เรียกว่าคัมภีร์ปุราณะ คุณหอกทากชราพอจะทราบแหล่งที่ให้ผมหาอ่านได้บ้างหรือไม่ครับ
เสือหัวดำ [ 19 ก.ค. 2550 17:08:34 ]
ความคิดเห็นที่: 22
ขอทราบแหล่งหนังสือด้วยคนครับ หนังสือเก่าๆ เช่นหนังสือของ ส พลายน้อย,กาญจนาคพันธ์ุ ผมอยากได้มากครับ
aris approve [ 19 ก.ค. 2550 17:24:59 ]
ความคิดเห็นที่: 23
ได้เอกสารมาแล้วขอรับ  แต่ก่อนอื่นขอตอบคำถาม คุณเสือหัวดำ กะคุณ aris ก่อนแล้วกันครับ ข้อมูลด้าน
เทวปกรณ์ส่วนใหญ่ผมก็หาอ่านจากหนังสือทั่วๆ  ไปแบบเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ  ตามประสาคนแก่น่ะขอรับ ที่อ่านๆ  แล้วชอบก็มีของ ส. พลายน้อย ที่ท่านมี series พวก สัตวนิยาย พฤกษนิยาย อัญมณีนิยาย เทวนิยาย อมนุษยนิยาย จันทรคตินิยาย เป็นต้น ซึ่ง หนังสือเหล่านี้ก็มีพิมพ์ใหม่มาเรื่อยอ่ะครับ กระผมว่างานสัปดาห์หนังสือน่าจะมีขายอ่ะครับ หรือไม่ก็ร้านพวกแพร่พิทยา อะไรประมาณเนี๊ยน่าจะพอหาซื้อได้ขอรับ ส่วนพวกคัมภีร์ปุราณะ เช่น วิษณุปุราณะ ฯ ลฯ  พวกนี้กระผมไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลอ่ะครับ  แต่คิดว่าคณะที่เกี่ยวกับทางโบราณคดี หรืออักษรศาสตร์น่าจะมีกระมัง เพราะดูๆ  แล้วน่าจะเกี่ยวกับพวกเทววิทยา (theology, mythology) หรือไม่ก็ลองไปคุยกับพราหมณ์ที่โบสถ์พราหมณ์อาจจะได้อะไรดีๆ  นะขอรับ อย่างเรื่อง สังข์ทักษิณาวัตรกับอุตราวัฏนี่กระผมก็ได้ความรู้จากท่านพราหมณ์ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องราวในวังท่านหนึ่งช่วยกรุณาอรรถาธิบายให้ฟังขอรับ
หอยทากชรา approve [ 19 ก.ค. 2550 17:51:43 ]
ความคิดเห็นที่: 24
โอ๊ะ ลืมเขียนต่อ ขออภัยขอรับ คงไม่ถือสาคนแก่คนเฒ่า เอหรือว่าเป็นหอยแก่หอยเฒ่าดีหว่า กลับมาที่เรื่องของพระมหาสังข์ที่เขียนไว้ตอนต้นเกี่ยวกับพระแก้วมรกตนิดนึงขอรับ ที่บอกไว้ตอนแรกว่ามี 2 องค์ พอดีไปค้นข้อมูลมา มีที่ต้องแก้ไขเล็กน้อยขอรับ รายละเอียดทั้งหมดมีดังนี้ขอรับ
  พระมหาสังข์ที่ใช้ในพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต ปัจจุบันมี 2 องค์ คือ
  -  พระมหาสังข์เพชรน้อย เป็นพระสังข์ทักขิณาวรรต ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในรัชสมัยใด สังข์องค์นี้ใช้ประจำสำหรับองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสรงน้ำพระแก้วมรกต ในพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงประจำฤดูกาล  และทรงใช้สังข์นี้บรรจุน้ำพระพุทธมนต์จากที่สรงน้ำพระแก้วมรกตหลั่งลงที่พระเศียรของพระองค์เอง แล้วหลั่งพระราชทานพระราชวงศ์ตั้ง แต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป ที่มาเข้าเฝ้าในพระราชพิธี นอกจากนี้พระสังข์องค์นี้ยังใช้ในพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก  และเป็นพระมหาสังข์สำหรับถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฎราชกุมาร  และสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี ทรงใช้หลั่งน้ำพระราชทานในงานพระราชพิธีมงคลต่างๆ  เช่น อภิเษกสมรส เป็นต้น
  - พระมหาสังข์ประจำพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เป็นพระสังข์ทักษิณาวรรต สร้างในรัชกาลที่ 4 ทรงถวายเป็นพุทธบูชา สำหรับถวายน้ำสรงพระแก้วมรกตโดยเฉพาะเมื่อเวลาเปลี่ยนเครื่องทรงตามฤดูกาล เป็นสังข์ทักษิณาวรรต (ขออนุญาตไม่ใช้ว่า เวียนขวาหรือซ้าย เพราะจะสับสนกับคำเรียกทางวิชาการของชาวหอย malacologist ขอรับ) ประดิษฐานอยู่หน้าบุษบกที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต (ตามรูปที่ลงให้ดูตอนแรกน่ะขอรับ)

   สำรับพระมหาสังข์ที่สำคัญที่ใช้ในงานพระราชพิธีต่างๆ  ประกอบด้วยด้วยพระมหาสังข์สำคัญ ตั้ง แต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน มีจำนวน 16 องค์ เป็นพระมหาสังข์ทักษิณาวรรตเจ็ดองค์ ส่วนพระมหาสังข์สำคัญองค์อื่นๆ  เป็นสังข์อุตราวัฏ  แต่ครั้นจะให้ชื่อ และข้อมูลไปก็กลัวท่านๆ  ทั้งหลายจะเบื่อ ด้วยว่าเอา แต่เรื่องวิชาการเกินไปมาลง เอาไว้ ถ้ามีท่านใดอยากทราบก็แจ้งแล้วกันขอรับ จะเอามาลงให้ขอรับ
หอยทากชรา approve [ 19 ก.ค. 2550 18:35:37 ]
OthersPics_reply_36252.jpg
ความคิดเห็นที่: 25
แหม พออ่านคคห.ที่4 เราก็วิ่งไปเอาหอยฝาเดียวของเรามาดูบ้าง อ่านว่ามีเวียนซ้ายแค่ 0.01% ก็งงว่าตกลงเราดูถูกรึเปล่า ดูยังไงหอยเรามันเวียนซ้ายเสียด้วย วิ่งไปหาอีกอันที่มี (ชนิดเดียวกัน)มันก็เวียนซ้าย นึกในใจว่าเรานี่มันโชคดีจริงๆ  เก็บมากับเขาสองขอนเวียนซ้าย 0.01% ทั้งสองขอน ชะลอยว่าเรากับภรรยาจะเป็นคู่แท้จริงๆ  เพราะสองตัวนี้เก็บมาคนละวันคนละเวลา  แต่สถานที่ใกล้เคียงกัน มาหมดอารมณ์ตอน คคห.ที่10 นี่เอง....เหมือนกันเดี๊ยเล้ยยยยยยยยยยยยย

ท่านอาจารย์คงรู้กระมังว่าข้าพเจ้าเก็บมาจากที่ใด?  อิ อิ

ขอขอบคุณสำหรับความรู้มากมาย
นณณ์ approve [ 19 ก.ค. 2550 22:54:41 ]
ความคิดเห็นที่: 26
มิเป็นไรดอกท่าน ถึงท่านจะมิได้สังข์ทักษิณาวรรตของจริง  แต่ข้าน้อยเชื่อว่าสักวันหนึ่งท่านอาจจะได้มีไว้ครอบครองสักขอนหนึ่งกระมัง อย่าลืมขอรับ "องค์มหาสังข์จักเป็นผู้เลือกผู้ครอบครอง "  
   ถ้าท่านอื่นท่านในมีสิ่งใดจักนำเสนอเพิ่มเติม ขอความกรุณาด้วยขอรับ จักเป็นการเปิดหูเปิดตากระผมมากขึ้น จักได้รู้ในสิ่งที่ยังมิได้รู้ จักได้ทราบในสิ่งที่ยังมิได้ทราบ  และยังประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วย  และขอขอบคุณล่วงหน้า ณ ที่นี้ขอรับ
หอยทากชรา approve [ 20 ก.ค. 2550 10:25:00 ]
ความคิดเห็นที่: 27
สำหรับใครสนใจหนังสือของ ส.พลายน้อย จตุจักร มีขายทุกเล่มครับ
เสือหัวดำ approve [ 20 ก.ค. 2550 12:49:49 ]
ความคิดเห็นที่: 28
ผมอยากทราบว่า
สังข์อินเดียแบบทักษิณาวัตร กับ อุตราวัฏ เนี่ยคับ
เปนหอยคนละ species หรือปล่าวคับ หรือว่า มันเกิดการผิดปกติ ระหว่างการเจริญเติบโต มันเลยหมุนไปไม่เหมือนปกติ
GreenEyes approve [ 20 ก.ค. 2550 21:40:41 ]
ความคิดเห็นที่: 29
ขอตอบแทนก่อนแล้วกันว่าเป็นชนิดเดียวกันครับ ส่วนคำอธิบายก็ให้ตัวจริงมาบอกดีกว่า

ที่ว่าเป็นทักษิณาวัตร 0.01% นั้น ประกอบด้วยชนิดที่เวียนซ้าย(ตามผู้ศึกษาด้านสังขวิทยาว่าไว้)  และหอยที่เวียนขวาปกติ  แต่ดันมีการผ่าเหล่าด้วยไว้ด้วยกันใช่หรือเปล่าครับท่านผู้เฒ่าหอยทาก
knotsnake. [ 21 ก.ค. 2550 00:21:08 ]
ความคิดเห็นที่: 30
พี่ลุงหอยอาจจักมิได้แวะเวียนมาสักสองวันเจ้าค่ะ ด้วยรับกิจธุระรัดพุง อดใจรอสักอึดใจเถิดเจ้าค่ะ
ampelisciphotis approve [ 21 ก.ค. 2550 01:25:16 ]
ความคิดเห็นที่: 31
เป็น species เดียวกันขอรับ  แต่ว่าเกิดจากพันธุกรรม  และกลไกการคัดเลือกโดยธรรมชาติ
หอยทากชรา approve [ 26 ก.ค. 2550 13:11:23 ]

- ปิดกระทู้ -

www.siamensis.org - Thailand Fish & Nature Explorer
An independent non-profit group
Established 2001
 All Rights Reserved 2001-2010 ©siamensis.org